จดหมายเปิด​ผนึก​ถึง​รองอธิบดี​ กรมควบคุม​โรค นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร

thaipithaksith • 30 มกราคม 2567

เรื่อง  ขอเข้าไปนำเสนอข้อมูลและรับฟังคำชี้แจงข้อสงสัยที่ท่านยังมิได้ชี้แจงในการประชุมของกรรมาธิการ สาธารณสุข  สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗

ตามที่ท่านได้เป็นผู้แทนเพื่อนำเสนอข้อมูลกับ กรรมาธิการ สาธารณสุข ของรัฐสภา  ในวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗ นั้น  เนื่องจากเวลาในการประชุมวันดังกล่าวมีจำกัด ทางกลุ่มคนไทยพิทักษ์สิทธิ์ไม่สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดทางวิชาการได้ครบถ้วน  อีกทั้งท่านยังมิได้มีโอกาสชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆที่ทางกลุ่มคนไทยพิทักษ์สิทธิ์ซักถามในที่ประชุม  ทางกลุ่มคนไทยพิทักษ์สิทธิ์จึงมีความประสงค์ที่จะนำข้อมูลดังกล่าวไปมอบให้กับท่าน พร้อมทั้งยินดีที่จะรับฟังการชี้แจงของท่านในประเด็นที่ท่านยังมิได้ตอบในที่ประชุม โดยเฉพาะประเด็นสำคัญต่อไปนี้

● ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการที่ FDA ของอเมริกาถูกฟ้องให้เปิดเผยข้อมูลเอกสารงานวิจัยที่บริษัทไฟเซอร์ใช้ในการขออนุญาตใช้วัคซีนโคเมอร์เนตี ที่ FDA มีเจตนาที่จะปกปิดไว้เป็นเวลา ๗๕ ปี แต่ต้องยอมเปิดเผยเพราะผู้พิพากษามีคำสั่งศาลให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้สามารถเข้าไปดาวน์โลดเอกสารทั้งหมดได้ที่ https://phmpt.org

● การที่ท่านระบุในเว็บไซต์ของกรมควบคุมโรคเองว่า ยังไม่สามารถบอกผลเสียระยะยาวที่เกิดขึ้นจากวัคซีนได้ แต่ไม่ระบุข้อมูลดังกล่าวในใบยินยอมที่ให้ผู้ปกครอง หรือผู้ที่รับการฉีดวัคซีนลงนาม อันเป็นการให้ปกปิดข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจรับวัคซีน

● การที่ท่านไม่สามารถระบุได้ว่า ภายหลังการฉีดเข้าร่างกาย โคเมอร์เนตีจะไปที่อวัยวะใดในร่างกายบ้างและจะอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานเท่าไร

● การที่ท่านไม่สนใจศึกษาเอกสารกำกับยา วัคซีนโคเมอร์เนตี ของบริษัทไฟเซอร์ ที่ระบุชัดเจนว่าไม่ได้ทดสอบความปลอดภัยว่า mRNA ที่ฉีดมีผลต่อพันธุกรรมหรือไม่ หรือก่อให้เกิดมะเร็งหรือไม่

● การที่ท่านไม่รับทราบว่ามีงานวิจัยเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนโควิดที่มีการตีพิมพิ์ในวารสารทางวิชาการมากกว่า ๗๕๐ บทความ

● การที่ท่านยังไม่ยอมเปิดเผย “สัญญาระหว่างกรมควบคุมโรคกับ บริษัทไฟเซอร์ (ประเทศไทย)  ในการจัดซื้อ โคเมอร์เนตี

● การที่ท่านยังไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติของคนไทยโดยเฉพาะในปีงบประมาณพุทธศักราช ๒๕๖๕ และ ๒๕๖๖ ที่มีผู้เสียชีวิตมากขึ้นกว่าปกติรวมกันถึง ๒๑๙,๙๔๐ รายโดยเป็นผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-๑๙ เพียง ๑๒,๘๐๘ ราย

          ทางกลุ่มคนไทยพิทักษ์สิทธิ์เชื่อมั่นว่า ท่านเป็นผู้ที่ใส่ใจชีวิตและความปลอดภัยของเด็ก เยาวชนและประชาชนคนไทย จึงจะแจ้งกำหนดวันที่ท่านยินดีให้ทางกลุ่มเข้าไปนำเสนอและรับฟังข้อมูลจากท่านในอนาคตอันใกล้นี้ อนึ่งการที่กรมควบคุมโรคเป็นหน่วยงานที่มีผู้เชี่ยวชาญอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสอันดีหากท่านจะจัดเวทีวิชาการนำเสนอข้อมูลจากการวิจัย และข้อมูลจากสถานการณ์จริงในวันดังกล่าวด้วยอย่างไรก็ดีหากพ้นกำหนดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ท่านได้รับหนังสือนี้แล้ว ท่านยังมิได้ทำหนังสือแจ้งวันเวลาดังกล่าวให้ทางกลุ่มฯทราบ

ทางกลุ่มฯขอใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ และทำตามวิสัยทัศน์ของกระทรวงสาธารณสุขที่ยึดโยงประชาชนเป็นศูนย์กลาง รวมพลังสังคม พัฒนาระบบอภิบาลอย่างมีส่วนร่วม ของภาคประชาชน ทางกลุ่มฯจะเข้าไปนำเสนอและรับฟังข้อมูลดังกล่าวกับท่านเองโดยไม่รอหนังสือเชิญ

จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการตามที่ท่านเห็นสมควร พร้อมทั้งกระทำตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะเป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดินต่อไป     


กลุ่มคนไทยพิทักษ์สิทธิ์

See Translation








โดย คนไทยพิทักสิทธิ์ • 2 กันยายน 2569
ชัดเจนเปลี่ยนbyสภากาแฟ 01-09-69 ท่านเตือนก่อนใคร!! เรื่องฉีดสารแปลกปลอม! โลกตื่นแล้วมนุษยชาติ..เป็นเหยื่อ!! พูดคุยกับ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา นักวิจัยนักวิทยาศาสตร์อิสระศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมและทางระบบประสาท
โดย ไทยพิทักษ์สิทธิ์ • 27 สิงหาคม 2569
ชัดเจนเปลี่ยนbyสภากาแฟ 26-08-69 หัวใจเส้นเลือดตันตีบ! อัตราคนหนุ่มสาวตายไว! ..โรคโลกหลังโควิด.. พูดคุยกับ นพ.อรรถพล สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดย Thaipithaksith • 5 กุมภาพันธ์ 2569
ทุนนิยมซาตาน!! ทำร้ายมนุษย์..ป่วยประหลาด!!
โดย Thaipithaksith • 3 กุมภาพันธ์ 2569
ฉีดวัคซีนโควิด mRNA เกี่ยวข้องเคสคนปกติเสียชีวิตกะทันหัน : คนเคาะข่าว 03-02-69 : ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ปธ.ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต ดำเนินรายการโดย นงวดี ถนิมมาลย์
โดย Thaipithaksith • 23 พฤษภาคม 2568
รายงานการนำเสนอของกลุ่มไทยพิทักษ์สิทธิ์ในรัฐสภา: เสียงจากผู้ได้รับผลกระทบจากวัคซีนโควิด-19 เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มไทยพิทักษ์สิทธิ์ได้มีโอกาสเข้าร่วมการนำเสนอข้อมูลต่อรัฐสภา เพื่อสะท้อนปัญหาและประสบการณ์จริงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีอาการข้างเคียงรุนแรงหลังรับวัคซีน นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเรียกร้องความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ
โดย thaipithaksith • 15 สิงหาคม 2567
สภากาแฟเวทีชาวบ้าน 14-08-67
โดย thaipithaksith • 30 พฤษภาคม 2567
สภากาแฟเวทีชาวบ้าน 30-05-67
โดย Thiravat Hemachudha • 27 พฤษภาคม 2567
การแก้ไข IHR และ Pandemic Treaty (Agreement) กฏหมายที่มีผลผูกพัน ข้อตกลงที่ลิดรอนเสรีภาพ เมื่อใดปรากฎ ภาวะผันผวน ทางธรรมชาติและเชื่อมโยงไปถึงการ ผันแปร เชื้อโรคการแพร่ระบาด องค์การอนามัยโลก (WHO) จะกำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติ ในกรอบเดียวกัน ทั่วโลก ตั้งแต่การปิดประเทศ ห้ามการเคลื่อนย้าย มาตรการการรักษา การใช้ยา การใช้วัคซีน และที่สำคัญคือ การระบุเด็ดขาดการกระทำใดๆ ที่ผิดเพี้ยน การใช้การรักษาด้วยสมุนไพรหรือยาที่หมดสิทธิบัตรแต่พิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาโรคได้ จะถูกระบุ ว่าเป็น “เท็จ” โดยมีหน่วยงานคอยตรวจสอบติดตามเป็นเรียลไทม์ในสื่อทุกชนิดและการสื่อสารทั่วโลก และทำการดิสเครดิต ผ่านจากองค์การมายังทุกประเทศ โดยที่จะมีการควบคุมสื่อ มี สำนักงาน นานาชาติ และในประเทศไทย ที่เห็นได้ชัดในหลายรายการที่เป็นกระบอกเสียง และ นักวิชาการที่ปฏิบัติตามทั้งนี้ โดยอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีบทความทางวิชาการในวารสารทางการแพทย์ที่ระบุว่าเป็นการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพ โดยในเวลาที่ผ่านมา สืบค้นพบว่า มีการตัดข้อมูลที่ให้ผลลบต่อผลิตภัณฑ์นั้น ทำให้ดูเสมือนว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมมากถึง 92% เป็นต้นในกรณีของวัคซีน และแม้มี รายงานทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์คัดค้าน จะถูกปิดกั้นไม่ให้ลงตีพิมพ์หรือถอดถอนออกในเวลาต่อมา แต่ความจริงเปิดเผยในปี 2024 ในเรื่องต่างๆเหล่านี้ องค์การต่างๆ เหล่านี้ ตามข้อมูลที่เปิดเผยจากสื่อ ตามพระราชบัญญัติความโปร่งใสของข้อมูล ได้รับทุนสนับสนุนการทำงานจากบริษัทยาและผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องด้วยและในระดับรายบุคคล และถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่กระบวนการต่างๆจะเป็นไปในทางที่ไม่เป็น กลาง ที่เห็นได้ชัด คือการสืบค้นหาต้นตอของโควิด ขององค์การ กลับประกอบด้วยบุคคล ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการสร้างไวรัสใหม่ การให้ทุนข้ามชาติจากประเทศตะวันตกมายังสถาบันวิจัยไวรัส และองค์กรต่างๆรวมทั้งในประเทศไทย และสิงคโปร์ และอู๋ฮั่น จนกระทั่งมีการตัดสินในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ถึงหน่วยงานกลาง EcoHealth alliance ที่เป็นตัวผ่านเงิน จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐไปยังประเทศต่างๆ และผู้บงการกลับเป็น DoD DARPA DTRA BTRA หัวหน้า NIH NIAID ผ่านมาทาง CDC USAID ถ้าสนธิสัญญานี้เกิดขึ้น ชะตากรรมของประเทศภาคีทั้งโลก จะถูกแทรกแซงอธิปไตย เพื่อให้องค์การ มีอำนาจพลักดันเบ็ดเสร็จ ในภาวะที่ระบุเป็น pandemic emergency อาทิ บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ ภาวะใดจึงจะให้สัญญาณบ่งชี้ถึงภัยคุกคาม การตรวจวินิจฉัยต้องใช้วิธีใด จึงจะได้มาตรฐาน วัคซีนชนิดใด ยาชนิดอะไร การรักษาต้องเป็นแบบใด จะรักษากี่วัน และอื่นๆ โดยที่ องค์การอนามัยโลก โดยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเองเบ็ดเสร็จ และไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีที่เกิดผลร้ายในภายหลังใดๆทั้งสิ้น โดยทั้งหมดนี้จะระบุในสนธิสัญญา หนังสือเดินทางวัคซีน (Vaccine Passport) เป็นตัวอย่างที่สำคัญที่เกิดขึ้นแล้ว และเป็นการบังคับให้ต้องฉีดวัคซีนซ้ำซาก ในขณะที่ประชาชนเป็นจำนวนมากสำเหนียก ถึงผลกระทบที่ตนเองได้รับในวัคซีน แล้วแต่ยังต้องถูกบังคับให้ฉีดใหม่ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเดินทางไปนอกประเทศได้ และในที่สุดประสบผลกระทบซึ่งกลายเป็นความพิการระยะยาว ในสนธิสัญญาจะมีการอัพเกรดให้มี ใบรับรองดิจิทัล (Global Digital Health Certificate) ในการติดตามประวัติทางการแพทย์ของ มนุษย์ และยังให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่รัฐ (ทั้งรัฐบาลประเทศของแต่ละบุคคลและรัฐต่างประเทศ)ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของประชาชนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่การแยกตัว กักตัว ไปจนถึงการ 'บังคับ' ฉีดวัคซีน ทุกแง่มุมของชีวิตเราจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว คือโครงการ CGIP clinical genomic integration platform โดยมีการควบรวมประวัติทางการแพทย์ของคนป่วยทั้งที่เข้าโรงพยาบาลและในพื้นที่ศึกษาที่ประกอบด้วยอาการการตรวจทางเอกซเรย์ทางห้องปฏิบัติการพื้นที่ของการเกิดโรค อาชีพประวัติการศึกษา เศรษฐกิจฐานะ ตัวเชื้อและสายพันธุ์ของเชื้อการรักษาใดได้ผลหรือไม่ได้ผลและลงประมวลข้อมูลในระบบ PACS และส่งตรงไปยังสหรัฐ เพื่อในการวางแผนผลิตยาและเวชภัณฑ์ โดยที่แท้จริงแล้วเป็นการละเมิดความมั่นคงของ ประเทศไทย ที่สุดคือการผลักดันให้มีการสอดแนมและการเซ็นเซอร์จากทั่วโลก ภายใต้หน้ากากของการต่อสู้กับข้อมูลที่ไม่ตรงกับ WHO และ จะถูกประทับตรา เป็น เฟกนิวส์ WHO กำลังให้รัฐบาลทั่วโลกเซ็นตกลง ปิดข้อมูลที่ไม่ตรงกับ WHO และเซ็นเซอร์ข้อมูลใดๆ ที่ขัดแย้งกับเรื่องเล่าของทางการ การปราบปรามเสรีภาพในการพูด โดยจะมีเพียงเสียงเดียวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ได้ยิน นั่นก็คือเสียงของ WHO ที่เกิดมาตลอดคือ เบื้องหลัง เครือข่ายแล็บชีวภาพลึกลับ ที่กำลัง ถูกสร้าง จัดตั้งขึ้น ทั่วโลก ในการรวบรวมเชื้อโรคจำนวนมหาศาลอย่างเงียบๆ และทำการทดลองทก่อให้เกิดหายนะสำหรับมนุษยชาติ ไปแล้ว นั่นคือ โควิด และตัวต่อไปคือไข้หวัดนก อีโบลา โควิด นิปาห์ โดยเน้นให้มีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมและให้มีการติดต่อทางอากาศได้ ถ้าเราไม่ลุกขึ้น บอกต่อให้คนไทยทุกคน รู้ทัน ทางเราเองและลูกหลานจะไม่มีที่พึ่ง สื่อส่วนใหญ่จะทำอะไรไม่ได้ ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน จะเป็นทาสมัน หรือเป็น ไท? หมอดื้อ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านค้นคว้าและอบรมไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬา และหัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย (ลาออกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2567) Source: Facebook Thiravat Hemachudha