จดหมายเปิดผนึกถึงคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล

Thaipithaksith • 27 กุมภาพันธ์ 2567

เรื่อง เชื้อโควิดเป็นฝีมือมนุษย์นั้นมีหลักฐานยืนยันชัดเจน

นอกจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แล้ว  ตอนนี้มีหลักฐานชัดเจนว่า ใครให้ทุนสนับสนุนการวิจัย  ใครพยายามปกปิดความผิดของตน  และใครได้ผลประโยชน์จากการกระทำดังกล่าว Senate committee เชื่อว่าใครที่ว่า ก็คือนาย เฟาชี่ Anthony Fauci และพวกพ้อง  Senate committee ไต่สวนว่านายคนนี้ แอบให้ทุนจาก NIH สนับสนุนงานวิจัย gain of function research งานวิจัยที่ทำให้เชื้อไวรัสของค้างคาว ติดต่อไปยังมนุษย์ได้  โดยให้ทุนกับ Wuhan Institute of Virology (WIV) ประเทศจีน China


Senate committee ยังได้มีข้อสงสัยว่านาย Fauci นี้ยัง ติดสินบน นักวิจัยอเมริกาให้เขียนบทความตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ว่า เชื้อไวรัสมาจากธรรมชาติไม่มีทางมาจากห้องแลป  ทั้งที่ไม่มีข้อมูลใดๆสนับสนุน โดยมีการตบรางวัลให้คนเขียน คนละ เก้าล้านเหรียญ (9 million US$)


นอกจากนี้ Senate committee กล่าวถึงว่านาย Fauci ยังพยายามปิดบังว่า ตนและพวกพ้องได้รับผลประโยชน์จากการขายลิขสิทธิ์เกี่ยวกับ mRNA วัคซีนให้บริษัทยาถึง 350 ล้านเหรียญ หรือเป็นเงินไทย หมื่นกว่าล้านบาท

นอกจากนั้น Senate committee ของสหรัฐยังได้กล่าวหาว่านาย Fauci ให้การเท็จภายใต้คำสาบานว่าจะไม่โกหก Sen. Ron Paul และอีกหลายๆท่านได้ทำการไต่สวนนาย Fauci ตาม URL link ที่แนบมาท้ายจดหมายนี้  CDC Director Dr. Redfield  และอีกหลายท่านได้ให้การว่าพบว่านาย Fauci ได้ให้เงินสนับสนุน Wuhan Institute of Virology (WIV) ในการทดลอง Gain of Function ซึ่งถูกห้ามไม่ให้ทำจากรัฐบาลสหรัฐแล้ว

นอกจากนั้น แพทย์และนักวิทยาศาสตร์อเมริกัน มากกว่าหนึ่งแสนนายยังได้ร่วมกันยื่นหนังสือต่อศาลสูงที่สหรัฐขอให้ดำเนินคดีต่อนาย Fauci เช่นเดียวกับนาย Elon Musk ที่ออก มาขอให้มีการลงโทษนาย Fauci  #prosecute Fauci ผ่าน Twitter


Senate committee ไต่สวนชัดเจนอย่างนี้ คดีความก็เริ่มมีการออกมาฟ้องร้องแล้ว

ทำไมท่านคณบดีและอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ถึงได้เชียร์นาย Fauci และ Gene Therapy mRNA อย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ  ปั่นกระแสความกลัว แถมปิดบังวิธีการรักษาดีๆ  Senate committee กล่าวหานาย Fauci ได้ปิดบังความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่ไม่เห็นด้วย แต่ผลักดันวัคซีน mRNA ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อต่ำมาก และจากผลการวิจัยของบริษัทยาเอง ไม่สามารถบอกได้ว่า วัคซีน mRNA ชนิดนี้ สามารถป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรงหรือป้องกันการเสียชีวิตได้ แต่กลับพบว่ามีงานวิจัยจากหลายสถาบันทางการแพทย์ ระบุว่า วัคซีน mRNA ทำให้มีอัตราการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในเด็ก ภายหลังการได้รับวัคซีนชนิดนี้ โดยหลังจากที่ฉีดเข็มที่สองแล้ว มีสูงถึง 1 ใน 43 ราย ในขณะที่อัตราการเสียชีวิตของเด็กจากการป่วยด้วยโรค Covid-19 ตามข้อมูลของกรมควบคุมโรคฯ มีเพียง ๑๒ คนในประชากรล้านคน


 รัฐบาลไทยโดย สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จ่ายค่าชดเชยความสูญเสียที่เกิดจากการฉีดวัคซีนเป็นเงินสูงสองพันกว่าล้านบาท  ที่สำคัญข้อมูลจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ยังพบว่า อัตราการเสียชีวิตของคนไทยภายหลังจากที่มีการรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนนี้ มีอัตราสูงขึ้นมากกว่าปกติอย่างมาก โดยในปีนี้คนไทยเสียชีวิตโดยรวมมากกว่าปีที่ผ่านมา และมากกว่าค่าเฉลี่ยห้าปีย้อนหลังถึง 22% ทั้งที่อัตราการเสียชีวิตจากโควิดในปีนี้ลดลงจากปีที่ผ่านมา

การเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น (excess death) นี้ยังพบในประเทศอื่นๆที่มีการรณรงค์ฉีดวัคซีนโควิดด้วย

ผลการวิจัยในต่างประเทศพบว่า mRNA มีผลเสียต่อภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของมนุษย์โดยเฉพาะภูมิคุ้มกันชนิดเซลล์  spike protein ที่สร้างยังทำให้เกิดการทำลายของเซลล์เยื่อบุผนังเส้นเลือด อันเป็นผลให้เกิดเกิดโรคร้ายแรง ต่างๆ อาทิเช่น ภาวะเส้นเลือดหัวใจอุดตัน, เส้นเลือดสมองอุดตัน,  หัวใจวายเฉียบพลัน, กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ, ลิ่มเลือดอุดตัน, แท้งบุตร, ความพิการแต่กำเนิด, ไขสันหลังอักเสบ การแท้งบุตร เป็นหมันและอื่นๆอีกมากมาย โดยศาสตราจารย์นายแพทย์ ดร. สุจริต ภักดี อดีตผู้อำนวยการสถาบันจุลชีววิทยาทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยไมนซ์ ได้อธิบายถึงกลไกที่ mRNA และสไปก์โปรตีน ไปทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ สรุปให้เข้าใจง่ายดังนี้

๑. สารพันธุกรรมในวัคซีน mRNA เมื่อฉีดเข้าร่างกาย จะเข้าสู่กระแสเลือด แล้วเข้าไปในเซลล์ผนังหลอดเลือด บังคับให้เซลล์ผนังหลอดเลือดสร้าง “สไปก์โปรตีน” หรือ โปรตีนหนาม เนื่องจากโปรตีนดังกล่าวเป็นโปรตีนของไวรัส ซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย ภูมิคุ้มกันของเราทั้ง T cell และ antibody B cell ก็จะโจมตีผนังเซลล์ที่ผลิตสไปก์โปรตีน ก็จะทำให้ผนังเส้นเลือดรั่ว เกิดลิ่มเลือดอุดตัน กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อบุหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดปรกติ หัวใจวายเฉียบพลัน เส้นเลือดในสมองอุดตัน แตก หรือเกิดลิ่มเลือดอุดตันในปอด

๒. การอักเสบดังกล่าวในข้อ ๑ ยังเกิดขึ้นกับเซลล์อื่นๆในร่างกาย ที่ถูกบังคับให้สร้างโปรตีนหนามหรือสไปก์โปรตีน เช่นกัน เป็นผลให้เซลล์เหล่านั้นถูกโจมตีโดยระบบภูมิคุ้มกันของตนเอง จนเกิดภาวะอักเสบทั่วร่างกาย รบกวนการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

๓. นอกจากนั้นโปรตีนหนาม ยังไปรบกวนการทำงานของไขกระดูก ซึ่งมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ ภูมิคุ้มกันชนิดเซลล์ โดยเฉพาะ T cell กลุ่ม cd 4, cd8,และ Nk cell ลดลง ระบบภูมิต้านทานก็จะตก โดยเฉพาะ cell Cd 4 ที่จะช่วยกันไม่ให้เกิด autoimmune ซึ่งเมื่อลดลงก็จะเกิดปัญหาการอักเสบต่างๆ  นอกจากนั้นการ สร้าง T cell, B cell ขึ้นมาใหม่ ที่ไม่สมบูรณ์ ภูมิคุ้มกันก็จะลดลงอีก ในขณะที่ cd 8 กับ Nk cell ที่ช่วยต่อต้านควบคุมมะเร็ง ภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง ก็จะทำให้โรคต่างๆที่เคยคุมอยู่ เช่น มะเร็งกำเริบขึ้น ประชาชนจำนวนมากจึงล้มป่วยด้วยมะเร็งมีภาวะ Turbo cancer ตรวจพบมะเร็งระยะท้ายทั้งที่ก่อนหน้านี้สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดี

๔.  ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีน หรือ แอนตี้บอดี (Antibody)  เป็นภูมิคุ้มกันต่อไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม แต่เชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา แอนตี้บอดีดังกล่าวนอกจากจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ ป้องกันการแพร่เชื้อ หรือ สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้แล้ว ภูมิคุ้มกันเหล่านี้ยังทำให้อาการของโรคโควิดรุนแรงขึ้น เกิดสภาวะ antibody dependent enhancement (ADE) ช่วยให้เชื้อกลายพันธุ์เข้าสู่เซลล์ได้ดีขึ้น เกิดภาวะอักเสบรุนแรงขึ้นได้

ปัจจุบันประเทศเดนมาร์ก ได้ระงับการฉีด mRNA vaccine ให้กับประชาชนของเขาแล้ว  นอกจากนี้รัฐบาลหลายประเทศได้เริ่มกระบวนการสอบสวนฟ้องร้อง หลักฐานที่พบเชื้อไวรัสโควิดเป็นฝีมือของมนุษย์ การปกปิดความจริง การปิดบัง การรักษาที่ได้ผลเช่น Ivermectin, Hydroxychloroquine ฯลฯ

การพยายามปกปิดผลข้างเคียงของวัคซีน การปกปิดผลการวิจัยของบริษัทยาเองที่พบว่า mRNA ทำให้เกิดความผิดปกติภายหลังที่ฉีดอย่างมากมาย ตลอดจนการที่ผู้บริหารบริษัทไฟเซอร์ ยอมรับว่าไม่ได้ทำการทดสอบว่า วัคซีนของตนสามารถป้องกันการติดเชื้อได้หรือไม่ 

ด้วย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ประเวศ วะสี, ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์, ก็ได้เคยเขียนเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนต่างๆไว้ในหนังสือแล้ว “กระชากหน้ากากธุรกิจยาข้ามชาติ” ซึ่งข้าพเจ้า และคณะผู้ร้อง ได้เคยนำเสนอ คัดค้าน เรื่องการฉีดวัคซีนดังกล่าวต่อกระทรวงสาธารณะสุข และสำเนาส่งถึงท่านประธานองคมนตรีแล้ว แต่ไม่ได้รับการพิจารณาจากกระทรวงสาธารณะสุข แต่ประการใด



จึงกราบเรียน ขอให้หยุดยั้งการทดลองทางชีวภาพ และการติดต่อกับกลุ่มนาย Anthony Fauci ,Eco health Alliance ซึ่งได้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัย Gain of Function ต่อสถาบัน Wuhan Institute of Virology ตัดต่อทางพันธุกรรม สร้างเชื้อ Corona Virus ที่มีอันตรายสูง แล้วปล่อยออกมาทำให้มีประชาชนเจ็บป่วยล้มตายด้วยจุดประสงค์ที่จะให้บังคับใช้ Gene Therapy mRNA injection ที่ยังไม่ได้ผ่านการทดลองอย่างปลอดภัย ทำให้ประชาชนโดนพิษของวัคซีนเป็นจำนวนมากและ ทำให้เชื้อกลายพันธุ์ไม่รู้จบเพื่อขายวัคซีนไปเรื่อย ๆ เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของประเทศชาติ


ด้วยความเคารพอย่างสูง


กลุ่มคนไทยพิทักษ์สิทธิ์


ไฟล์จดหมายในลิงค์

https://drive.google.com/.../1alpuUfmLh6EG4oLRUGbuDlpCC35...


https://www.granthaalayahpublication.org/.../IJRG20_B07_3568

https://youtu.be/7yabbZrGxsc

https://youtu.be/47KkfmI8r7c

https://www.youtube.com/live/8E2HZPXec2o?feature=share

(134) Ingraham: This is a scandal of monumental significance - YouTube

(134) 'Is That Accurate?': Jim Jordan Calls Out Dr. Fauci On Lab Leak Using His Own Correspondence - YouTube

(134) Rand Paul Confronts Fauci With Video Of His Own Past Statements On Natural Immunity - YouTube

(135) JUST IN: Rand Paul Directly Confronts Top Biden Official On Funding Virus Studies In China - YouTube

(135) 'I Think We Should Read This...': Marjorie Taylor Greene Hammers Fauci With COVID-19 Timeline - YouTube

(135) Former CDC Director Robert Redfield: Why I Believe COVID-19 Came From Lab Leak - YouTube

(135) 'Do You Support The Declassification Of All Information Relating To The Origins Of The Covid Virus?' - YouTube

(135) 'Are You An Advocate For A Moratorium On Gain-Of-Function Research?': Wenstrup Questions Ex-CDC Dir. - YouTube

(135) Hagerty Grills Vivek Murthy: ‘Do You Think It’s Extremely Unlikely That COVID Came From A Lab Leak?’ - YouTube

(135) 'Do You Think Dr. Fauci Intentionally Lied Under Oath?': Ex-CDC Director Gives Bombshell Testimony - YouTube

(135) 'Did Dr. Fauci Ever Explain To You Why He Didn't Believe The Virus Came From The Wuhan Lab?': Lesko - YouTube

(135) Dr. Fauci Got Caught With His Hand 'In The Cookie Jar': GOP Lawmaker - YouTube

(135) JUST IN: Rand Paul Responds To Vote To Declassify Origins Of COVID-19 Pandemic - YouTube

(158) JUST IN: Rand Paul Directly Confronts Top Biden Official On Funding Virus Studies In China - YouTube

(158) Watch Jim Jordan has IMPRESSIVE 'Fauci's email' show over 'China relationship'...Biden SHUTS UP - YouTube

(158) 'We May Well Have Funded This!': Rand Paul Alleges US Money Funded China's Gain-Of-Function Research - YouTube

(158) Rand Paul Hammers Moderna CEO Over COVID Vaccines - YouTube

(207) 'I Think We Should Read This...': Marjorie Taylor Greene Hammers Fauci With COVID-19 Timeline - YouTube

https://www.youtube.com/watch?v=FHhq0XTfFlE

https://twitter.com/bennyjohnson/status/1680934299900559360

https://www.youtube.com/shorts/cxPZ7RF0WgE

https://twitter.com/CriticalFox71/status/1684641698331131904


โดย คนไทยพิทักสิทธิ์ • 2 กันยายน 2569
ชัดเจนเปลี่ยนbyสภากาแฟ 01-09-69 ท่านเตือนก่อนใคร!! เรื่องฉีดสารแปลกปลอม! โลกตื่นแล้วมนุษยชาติ..เป็นเหยื่อ!! พูดคุยกับ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา นักวิจัยนักวิทยาศาสตร์อิสระศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมและทางระบบประสาท
โดย ไทยพิทักษ์สิทธิ์ • 27 สิงหาคม 2569
ชัดเจนเปลี่ยนbyสภากาแฟ 26-08-69 หัวใจเส้นเลือดตันตีบ! อัตราคนหนุ่มสาวตายไว! ..โรคโลกหลังโควิด.. พูดคุยกับ นพ.อรรถพล สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดย Thaipithaksith • 5 กุมภาพันธ์ 2569
ทุนนิยมซาตาน!! ทำร้ายมนุษย์..ป่วยประหลาด!!
โดย Thaipithaksith • 3 กุมภาพันธ์ 2569
ฉีดวัคซีนโควิด mRNA เกี่ยวข้องเคสคนปกติเสียชีวิตกะทันหัน : คนเคาะข่าว 03-02-69 : ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ปธ.ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต ดำเนินรายการโดย นงวดี ถนิมมาลย์
โดย Thaipithaksith • 23 พฤษภาคม 2568
รายงานการนำเสนอของกลุ่มไทยพิทักษ์สิทธิ์ในรัฐสภา: เสียงจากผู้ได้รับผลกระทบจากวัคซีนโควิด-19 เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มไทยพิทักษ์สิทธิ์ได้มีโอกาสเข้าร่วมการนำเสนอข้อมูลต่อรัฐสภา เพื่อสะท้อนปัญหาและประสบการณ์จริงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีอาการข้างเคียงรุนแรงหลังรับวัคซีน นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเรียกร้องความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ
โดย thaipithaksith • 15 สิงหาคม 2567
สภากาแฟเวทีชาวบ้าน 14-08-67
โดย thaipithaksith • 30 พฤษภาคม 2567
สภากาแฟเวทีชาวบ้าน 30-05-67
โดย Thiravat Hemachudha • 27 พฤษภาคม 2567
การแก้ไข IHR และ Pandemic Treaty (Agreement) กฏหมายที่มีผลผูกพัน ข้อตกลงที่ลิดรอนเสรีภาพ เมื่อใดปรากฎ ภาวะผันผวน ทางธรรมชาติและเชื่อมโยงไปถึงการ ผันแปร เชื้อโรคการแพร่ระบาด องค์การอนามัยโลก (WHO) จะกำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติ ในกรอบเดียวกัน ทั่วโลก ตั้งแต่การปิดประเทศ ห้ามการเคลื่อนย้าย มาตรการการรักษา การใช้ยา การใช้วัคซีน และที่สำคัญคือ การระบุเด็ดขาดการกระทำใดๆ ที่ผิดเพี้ยน การใช้การรักษาด้วยสมุนไพรหรือยาที่หมดสิทธิบัตรแต่พิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาโรคได้ จะถูกระบุ ว่าเป็น “เท็จ” โดยมีหน่วยงานคอยตรวจสอบติดตามเป็นเรียลไทม์ในสื่อทุกชนิดและการสื่อสารทั่วโลก และทำการดิสเครดิต ผ่านจากองค์การมายังทุกประเทศ โดยที่จะมีการควบคุมสื่อ มี สำนักงาน นานาชาติ และในประเทศไทย ที่เห็นได้ชัดในหลายรายการที่เป็นกระบอกเสียง และ นักวิชาการที่ปฏิบัติตามทั้งนี้ โดยอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีบทความทางวิชาการในวารสารทางการแพทย์ที่ระบุว่าเป็นการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพ โดยในเวลาที่ผ่านมา สืบค้นพบว่า มีการตัดข้อมูลที่ให้ผลลบต่อผลิตภัณฑ์นั้น ทำให้ดูเสมือนว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมมากถึง 92% เป็นต้นในกรณีของวัคซีน และแม้มี รายงานทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์คัดค้าน จะถูกปิดกั้นไม่ให้ลงตีพิมพ์หรือถอดถอนออกในเวลาต่อมา แต่ความจริงเปิดเผยในปี 2024 ในเรื่องต่างๆเหล่านี้ องค์การต่างๆ เหล่านี้ ตามข้อมูลที่เปิดเผยจากสื่อ ตามพระราชบัญญัติความโปร่งใสของข้อมูล ได้รับทุนสนับสนุนการทำงานจากบริษัทยาและผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องด้วยและในระดับรายบุคคล และถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่กระบวนการต่างๆจะเป็นไปในทางที่ไม่เป็น กลาง ที่เห็นได้ชัด คือการสืบค้นหาต้นตอของโควิด ขององค์การ กลับประกอบด้วยบุคคล ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการสร้างไวรัสใหม่ การให้ทุนข้ามชาติจากประเทศตะวันตกมายังสถาบันวิจัยไวรัส และองค์กรต่างๆรวมทั้งในประเทศไทย และสิงคโปร์ และอู๋ฮั่น จนกระทั่งมีการตัดสินในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ถึงหน่วยงานกลาง EcoHealth alliance ที่เป็นตัวผ่านเงิน จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐไปยังประเทศต่างๆ และผู้บงการกลับเป็น DoD DARPA DTRA BTRA หัวหน้า NIH NIAID ผ่านมาทาง CDC USAID ถ้าสนธิสัญญานี้เกิดขึ้น ชะตากรรมของประเทศภาคีทั้งโลก จะถูกแทรกแซงอธิปไตย เพื่อให้องค์การ มีอำนาจพลักดันเบ็ดเสร็จ ในภาวะที่ระบุเป็น pandemic emergency อาทิ บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ ภาวะใดจึงจะให้สัญญาณบ่งชี้ถึงภัยคุกคาม การตรวจวินิจฉัยต้องใช้วิธีใด จึงจะได้มาตรฐาน วัคซีนชนิดใด ยาชนิดอะไร การรักษาต้องเป็นแบบใด จะรักษากี่วัน และอื่นๆ โดยที่ องค์การอนามัยโลก โดยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเองเบ็ดเสร็จ และไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีที่เกิดผลร้ายในภายหลังใดๆทั้งสิ้น โดยทั้งหมดนี้จะระบุในสนธิสัญญา หนังสือเดินทางวัคซีน (Vaccine Passport) เป็นตัวอย่างที่สำคัญที่เกิดขึ้นแล้ว และเป็นการบังคับให้ต้องฉีดวัคซีนซ้ำซาก ในขณะที่ประชาชนเป็นจำนวนมากสำเหนียก ถึงผลกระทบที่ตนเองได้รับในวัคซีน แล้วแต่ยังต้องถูกบังคับให้ฉีดใหม่ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเดินทางไปนอกประเทศได้ และในที่สุดประสบผลกระทบซึ่งกลายเป็นความพิการระยะยาว ในสนธิสัญญาจะมีการอัพเกรดให้มี ใบรับรองดิจิทัล (Global Digital Health Certificate) ในการติดตามประวัติทางการแพทย์ของ มนุษย์ และยังให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่รัฐ (ทั้งรัฐบาลประเทศของแต่ละบุคคลและรัฐต่างประเทศ)ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของประชาชนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่การแยกตัว กักตัว ไปจนถึงการ 'บังคับ' ฉีดวัคซีน ทุกแง่มุมของชีวิตเราจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว คือโครงการ CGIP clinical genomic integration platform โดยมีการควบรวมประวัติทางการแพทย์ของคนป่วยทั้งที่เข้าโรงพยาบาลและในพื้นที่ศึกษาที่ประกอบด้วยอาการการตรวจทางเอกซเรย์ทางห้องปฏิบัติการพื้นที่ของการเกิดโรค อาชีพประวัติการศึกษา เศรษฐกิจฐานะ ตัวเชื้อและสายพันธุ์ของเชื้อการรักษาใดได้ผลหรือไม่ได้ผลและลงประมวลข้อมูลในระบบ PACS และส่งตรงไปยังสหรัฐ เพื่อในการวางแผนผลิตยาและเวชภัณฑ์ โดยที่แท้จริงแล้วเป็นการละเมิดความมั่นคงของ ประเทศไทย ที่สุดคือการผลักดันให้มีการสอดแนมและการเซ็นเซอร์จากทั่วโลก ภายใต้หน้ากากของการต่อสู้กับข้อมูลที่ไม่ตรงกับ WHO และ จะถูกประทับตรา เป็น เฟกนิวส์ WHO กำลังให้รัฐบาลทั่วโลกเซ็นตกลง ปิดข้อมูลที่ไม่ตรงกับ WHO และเซ็นเซอร์ข้อมูลใดๆ ที่ขัดแย้งกับเรื่องเล่าของทางการ การปราบปรามเสรีภาพในการพูด โดยจะมีเพียงเสียงเดียวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ได้ยิน นั่นก็คือเสียงของ WHO ที่เกิดมาตลอดคือ เบื้องหลัง เครือข่ายแล็บชีวภาพลึกลับ ที่กำลัง ถูกสร้าง จัดตั้งขึ้น ทั่วโลก ในการรวบรวมเชื้อโรคจำนวนมหาศาลอย่างเงียบๆ และทำการทดลองทก่อให้เกิดหายนะสำหรับมนุษยชาติ ไปแล้ว นั่นคือ โควิด และตัวต่อไปคือไข้หวัดนก อีโบลา โควิด นิปาห์ โดยเน้นให้มีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมและให้มีการติดต่อทางอากาศได้ ถ้าเราไม่ลุกขึ้น บอกต่อให้คนไทยทุกคน รู้ทัน ทางเราเองและลูกหลานจะไม่มีที่พึ่ง สื่อส่วนใหญ่จะทำอะไรไม่ได้ ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน จะเป็นทาสมัน หรือเป็น ไท? หมอดื้อ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านค้นคว้าและอบรมไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬา และหัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย (ลาออกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2567) Source: Facebook Thiravat Hemachudha