คำถาม ทางวิชาการ เกี่ยวกับเภสัชวิทยา ให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายช่วยตอบ (๒)

Atapol • 12 กุมภาพันธ์ 2566

Atapol’s Newsletter
คำถาม ทางวิชาการ เกี่ยวกับเภสัชวิทยา ให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายช่วยตอบ (๑)
เนื่องจากมี ศจ ดร หมอ นักวิทยาศาสตร์มากมายที่ยังไม่ยอมรับว่า ถูกบริษัทยา หลอกเรื่อง มรณา (mRNA) ดังนั้นเพื่อยืนยันว่า พวกเขาเหล่านั้นมีความรู้ควรค่าแก่การรับฟังจริงๆ รบกวนช่วยกันส่งคำถามนี้ให้เขาตอบหน่อย ถ้าตอบได้ก็อาจจะนับได้ว่า เป็น นักวิชาการ แต่ถ้าบ่ายเบี่ยงไม่ตอบ เลี่ยงประเด็น คนพวกนั้นคงเป็นได้แค่ นักโฆษณาชวนเชื่อของบริษัทยา…
Read more

สืบเนื่องจากคำถามในโพสต์ข้างบน จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญคนไหนมาตอบคำถามสำคัญนี้ ทำไมสำคัญ เพราะว่า เวลาที่เรา จะกิน หรือ ฉีดยาอะไรเข้าไปในร่างกาย มีคำถามที่ควรต้องตอบให้ได้ว่า ยาที่ฉีดนั้นไปที่ไหนบ้างในร่างกาย จะอยู่ในร่างกายเรานานแค่ไหน และมันจะไปทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้างในร่างกายเรา

คำถามเหล่านี้เขาเรียกกันว่า เภสัชจลนศาสตร์ (pharmacokinetics) กับ เภสัชพลศาสตร์ (pharmacodynamics) เป็นเรื่องที่แพทย์ และเภสัชกร รู้ดีว่าสำคัญเพียงใด

แต่หน้าสนใจไหมว่า ในเอกสารกำกับยาของ โคเมอร์เนตี ข้อ 5.2 หน้า 22 กลับระบุว่าไม่เกี่ยวข้อง

ที่น่าเศร้า คือ บรรดาผู้เชี่ยวชาญใน อย ก็ไม่ถามไม่สงสัยว่า mRNA ที่ฉีดนั้นไปที่ไหนบ้างในร่างกาย และจะอยู่ในร่างกายนานแค่ไหน ปล่อยให้บริษัทยา บอกง่ายๆว่า ไม่เกี่ยวข้อง

เอาครับทีนี้มาดูคำตอบของคำถามหล่านั้นกัน

1 mRNA (จริงๆแล้ว คือ ยีนสไปก์โปรตีนของไวรัส)อยู่ในร่างกายนานแค่ไหนหลังฉีด

ตอบ อยู่ได้เป็นเดือนๆ มีงานวิจัยที่พบ synthetic viral RNA gene (mRNA) ในต่อมน้ำเหลือง หลังจากที่ได้รับยาฉีดตัวนี้ไปเป็นเดือนๆ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบ synthetic viral RNA gene (mRNA) ในกระแสเลือดหลังฉีดเป็นสัปดาห์ ที่น่ากลัวคือ พบว่ามันเข้าไปแทรกในสารพันธุกรรม (DNA) ของเซลล์มนุษย์ได้ด้วย เพราะฉะนั้นที่มาหลอกกันว่า มันจะสลายตัวในเวลาไม่นานนั้นเป็นเรื่องโกหก

2 mRNA ไปที่ไหนบ้างในร่างกาย

ตอบ จากข้อ 1 คงจะพอเดาได้ว่ามันไปทั่วร่างกาย ไปตามกระแสเลือด ไปทางระบบน้ำเหลือง จากการวิจัยที่รัฐบาลญี่ปุ่นบังคับให้บริษัทยาต้องทำ โดยการศึกษาว่า นาโนลิปิด ไปที่ไหนบ้างในร่างกาย หลายคนอาจจะสงสัยว่า นาโนลิปิดเกี่ยวข้องอย่างไร นาโนลิปิดเปรียบเสมือนรถยนต์ ที่เอา synthetic viral RNA gene (mRNA) นั่งไปข้างใน รถยนต์ไปที่ไหนได้บ้างก็จะแปลว่าสิ่งที่อยู่ข้างในไปตามที่นั้นๆได้ด้วย เขาทำการวิจัยในหนู และพบว่า นาโนลิปิดไปได้ทั่วร่างกาย ไปในเลือด ไปที่สมอง ต่อมไร้ท่อ รังไข่ ระบบสืบพันธ์ุ ไขกระดูก หัวใจ ไต ม้าม ตับ เอาง่ายๆคือไปทั่วร่างกาย ไม่ได้อยู่แค่ที่หัวไหล่อย่างที่ หลอกกัน

3 นาโนลิปิด ทำหน้าที่อะไร ทำไมต้องเอามาหุ้ม mRNA

ตอบ นาโนลิปิด ทำหน้าที่ห่อหุ้ม synthetic viral RNA gene (mRNA) ไม่ให้ร่างกายรู้ว่ามันเข้ามาในร่างกายเรา ทำไมต้องไม่ให้รู้? เพราะว่า synthetic viral RNA gene (mRNA) หรือสารพันธุกรรมสังเคราะห์ยีนไวรัสนี้ เป็นสิ่งแปลกปลอม ถ้าร่างกายรู้ว่ามันเข้ามาในร่างกายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะลงมือทำลายมันทันที แต่เพราะว่า นาโนลิปิดที่เอามาหุ้มไว้ ทำให้ร่างกายคิดว่ามันเป็น “หยดไขมัน” ไขมันที่เป็นอาหารของเซลล์ทุกชนิดในร่างกาย ด้วยเหตุนี้ร่างกายจึงปล่อยให้ “ม้าโทรจัน” หยดไขมันที่ซ่อนสารพิษร้ายนี้ เข้าไปในร่างกาย ไปตามกระแสเลือด และเข้าไปในเซลล์ของเราได้

4 RNA ที่ฉีดนั้น เป็น rna spike protein 100% ไหม มี truncated RNA หรือ RNA ที่ขาดๆ ปนอยู่ไหม ถ้ามี พวกที่ขาดๆเนี่ยสร้างอันตรายได้ไหม

ตอบ มีรายงานพบว่า synthetic viral RNA gene (mRNA) ที่เอามาฉีดกันนั้นเป็นสารพันธุกรรมที่สมบูรณ์แค่ประมาณครึ่งนึง อีกครึ่งเป็นอันที่หักขาด ถ้าจะให้เข้าใจง่ายขึ้น อันสมบูรณ์ เทียบได้กับว่า เป็นคำสั่งที่ครบประโยค “จงสร้างสไปก์โปรตีน” แต่อันที่ขาดๆ อาจมีแค่ จงสร้าง งสร้า ไปก์โปร รตีน ฯลฯ สารพันธุกรรมที่ขาดๆเหล่านี้ สามารถเข้าไปรบกวนการถอดรหัสพันธุกรรมตามปกติของเซลล์ได้ ทำให้การทำงานของเซลล์เหล่านั้นแย่ลง เกิดปัญหามากมายตามมาได้

5 นาโนลิปิด ช่วยให้synthetic viral RNA gene (mRNA) เข้าเซลล์ได้อย่างไร และเข้าเซลล์อะไรได้บ้าง

ตอบ ความจริงตอบไปแล้วในข้อ 3 แต่ตอบอีกทีว่า ไขมันนาโน หรือ นาโนลิปิดนี้ ไปหุ้ม synthetic viral RNA gene (mRNA) เอาไว้ทำให้เซลล์ของเรานึกว่าเป็นหยดไขมันธรรมดา ไขมันเป็นอาหารของเซลล์ เมื่อเซลล์คิดว่าไขมันเหล่านั้นเป็นอาหาร ก็เลยปล่อยให้ไขมันดังกล่าวเข้ามาในเซลล์ และเมื่อไขมันเป็นอาหารของทุกเซลล์มันจึงเข้าเซลล์ได้ทุกชนิด

6 synthetic viral RNA gene (mRNA) เข้าไปในเซลล์แล้วไปทำอะไร

ตอบ เนื่องจากมันเป็นยีนของไวรัส พอ synthetic viral RNA gene (mRNA) เหล่านั้นเข้าไปในเซลล์ก็ไปบังคับให้เซลล์เรา สร้างสไปก์โปรตีน โปรตีนของไวรัส ซึ่งเป็นโปรตีนแปลกปลอมในเซลล์ของเราเอง

7 สไปก์โปรตีนเป็นอันตรายไหม อย่างไร

ตอบ สไปก์โปรตีน คือ ส่วนที่อันตรายที่สุดของไวรัส ซาร์โควีทู (SARS CoV2) หรือไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด สไปก์โปรตีนทำให้เกิดการอักเสบของผนังเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดตีบ แตก ตันได้ นอกจากนี้มันยังรบกวนการทำงานของไมโตคอนเดรียแหล่งสร้างพลังงานของเซลล์ ทำให้พลังงานในเซลล์ต่ำ ประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ลดลง

8 ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจะ จะไปทำลายอะไรบ้างในร่างกาย

ตอบ คงจะพอรู้ว่า สไปก์โปรตีนที่เซลล์สร้างมานั้น จะไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเราให้มาทำลาย สไปก์โปรตีน แต่นั่นเป็นคำตอบแค่ครึ่งเดียว เพราะนอกจากจะทำลายสไปก์โปรตีนที่ล่องลอยอยู่ในกระแสเลือดแล้ว สไปก์โปรตีนและชิ้นส่วนของมันยังติดอยู่ตามผนังเซลล์ที่สร้างมันด้วย ภูมิคุ้มกันต่อสไปก์โปรตีนจึงลงมือทำลายผนังเซลล์ ทำให้เซลล์แตก เซลล์ปกติของเราเองที่ถูกหลอกให้เอา synthetic viral RNA gene (mRNA) เข้าไปในเซลล์ จึงแปลว่ามันเข้าไปในเซลล์ได้ทุกชนิดในร่างกาย

9 nonneutralizing antibodies คือ อะไร ต่างจาก neutralizing antibodies อย่างไร nonneutralizing antibodies มีผลเสียอย่างไรบ้าง

ตอบ ภุมิคุ้มกันที่กันการติดเชื้อหรือ กันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ได้เรียกว่า neutralizing antibodies หรือ อาจจะเรียกได้ว่า คือ ภูมิคุ้มกันดี ในขณะที่ภูมิคุ้มกันชนิด non-neutralizing antibodies คือ ภูมิคุ้มกันที่มีมากก็ไม่มีประโยชน์ เพราะมันไม่สามารถกันให้ไวรัสเข้าเซลล์ได้ ภูมิคุ้มกันแบบนี้แหละที่อธิบายว่า ทำไมคนที่ไปฉีดวัคซีนมา พอเจาะดูค่า แอนตี้บอดี้ IgG สูง แต่ยังติดเชื้อได้ เพราะว่าภูมิคุ้มกันสูงเหล่านั้นเป็นภูมิคุ้มกันชนิด non-neutralizing antibodies หรือภูมิคุ้มกันไร้ประโยชน์

10 antigenic sin คือ อะไร ทำไมการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ดั้งเดิมก่อผลเสีย

ตอบ antigenic sin เป็นเรื่องของการที่เรากระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อสายพันธ์ุเดิมๆซ้ำๆ จนทำให้พอเราเจอกับเชื้อสายพันธ์ุใหม่ แทนที่เราจะสร้างภูมิคุ้มกันกับสายพันธ์ุใหม่ เราดันกลับไปสร้างภูมิคุ้มกันต่อสา่ยพันธ์ุดั้งเดิมที่ไม่ช่วยป้องกันการติดเชื้อ

11. ADE antibodies dependent enhancement คือ อะไร

ตอบ ภูมิคุ้มกันที่ไม่สามารถกันการติดเชื้อ ไม่สามารถกันการแพร่เชื้อเพราะเป็นภูมิคุ้มกันต่อสายพันธ์ุดั้งเดิมนี้ นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว ในบางครั้งมันยังช่วยทำให้เชื้อไวรัสเข้าเซลล์ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเซลล์ภูมิคุ้มกัน เซลล์เม็ดเลือดขาวและ เมื่อเข้าไปแล้วไวรัสก็จะไปทำลายเซลล์ภูมิคุ้มกันของเรา ทำให้อาการป่วยกลับรุนแรงมากขึ้น

12. ภาวะภูมิคุ้มกันเหนื่อย immune fatigue คือ อะไร

ตอบ ภาวะภูมิคุ้มกันเหนื่อย คือ ภาวะที่มีการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อเดิมๆ ซ้ำๆ จนทำให้ร่างกายลดการตอบสนองลง อันเป็นผลให้ภูมิคุ้มกันลดลง ดังที่เห็นในปัจจุบันว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนหลายเข็มกลับมีโอกาสติดเชื้อเพิ่มมากกว่า คนที่ไม่ฉีดหรือฉีดน้อย การเกิดภาวะนี้ไม่ได้อธิบายด้วยปริมาณแอนตี้บอดี้ที่ผลิตขึ้น แต่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ เม็ดเลือดขาวชนิด T Cell ที่ลดลง สร้างสารต้านไวรัส อินเตอร์ฟีรอน (interferon) ลดลง

13. มรณา mRNA ที่เอามาฉีดตอนนี้ เป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโควิดสายพันธุ์ไหน

ตอบ synthetic viral RNA gene (mRNA) ที่เอามาฉีดในปัจจุบันยังเป็น ยาฉีดสำหรับไวรัสสายพันธ์ุดั้งเดิมอยู่เลย ไม่แปลกที่มันเลยทำให้เกิดปัญหาตามที่เล่าให้ฟังข้างบนมากมาย และต่อให้เอาวัคซีนไบวาเลนท์ รุ่นใหม่มาฉีด เชื้อที่ระบาดตอนนี้ก็กลายพันธุ์ไปเป็นสายพันธ์ุใหม่ไปหมดแล้ว ไม่ใช่สายพันธ์ุโอมิครอนที่เอามาใช้ทำวัคซีน ที่น่าสนใจคือ synthetic viral RNA gene (mRNA) ไบวาเลนท์ รุ่นใหม่นี้กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้แย่กว่าแบบเดิม แถมไม่เคยทดสอบในคน ไม่ได้ทดสอบว่ากันการติดเชื้อได้ กันการแพร่เชื้อได้ไหม แค่ทำการทดลองในหนูแปดตัวเท่านั้น

ทั้งหมดคือ คำตอบ คำถามสำคัญเกี่ยวกับเภสัชวิทยาของยาฉีดยีนไวรัสสังเคราะห์ synthetic viral RNA gene (mRNA) ลองเอาไปให้ หมอ หรือ เภสัชที่ท่านรู้จักอ่านดู และถ้าอยากจะรู้ว่าผมมีเอกสารอ้างอิงไหม บอกให้เขาจัดเวทีเสวนาวิชาการผมจะเอาหลักฐานทั้งหมดไปกางให้ดูครับ

โดย คนไทยพิทักสิทธิ์ • 2 กันยายน 2569
ชัดเจนเปลี่ยนbyสภากาแฟ 01-09-69 ท่านเตือนก่อนใคร!! เรื่องฉีดสารแปลกปลอม! โลกตื่นแล้วมนุษยชาติ..เป็นเหยื่อ!! พูดคุยกับ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา นักวิจัยนักวิทยาศาสตร์อิสระศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมและทางระบบประสาท
โดย ไทยพิทักษ์สิทธิ์ • 27 สิงหาคม 2569
ชัดเจนเปลี่ยนbyสภากาแฟ 26-08-69 หัวใจเส้นเลือดตันตีบ! อัตราคนหนุ่มสาวตายไว! ..โรคโลกหลังโควิด.. พูดคุยกับ นพ.อรรถพล สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดย Thaipithaksith • 5 กุมภาพันธ์ 2569
ทุนนิยมซาตาน!! ทำร้ายมนุษย์..ป่วยประหลาด!!
โดย Thaipithaksith • 3 กุมภาพันธ์ 2569
ฉีดวัคซีนโควิด mRNA เกี่ยวข้องเคสคนปกติเสียชีวิตกะทันหัน : คนเคาะข่าว 03-02-69 : ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ปธ.ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต ดำเนินรายการโดย นงวดี ถนิมมาลย์
โดย Thaipithaksith • 23 พฤษภาคม 2568
รายงานการนำเสนอของกลุ่มไทยพิทักษ์สิทธิ์ในรัฐสภา: เสียงจากผู้ได้รับผลกระทบจากวัคซีนโควิด-19 เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มไทยพิทักษ์สิทธิ์ได้มีโอกาสเข้าร่วมการนำเสนอข้อมูลต่อรัฐสภา เพื่อสะท้อนปัญหาและประสบการณ์จริงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีอาการข้างเคียงรุนแรงหลังรับวัคซีน นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเรียกร้องความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ
โดย thaipithaksith • 15 สิงหาคม 2567
สภากาแฟเวทีชาวบ้าน 14-08-67
โดย thaipithaksith • 30 พฤษภาคม 2567
สภากาแฟเวทีชาวบ้าน 30-05-67
โดย Thiravat Hemachudha • 27 พฤษภาคม 2567
การแก้ไข IHR และ Pandemic Treaty (Agreement) กฏหมายที่มีผลผูกพัน ข้อตกลงที่ลิดรอนเสรีภาพ เมื่อใดปรากฎ ภาวะผันผวน ทางธรรมชาติและเชื่อมโยงไปถึงการ ผันแปร เชื้อโรคการแพร่ระบาด องค์การอนามัยโลก (WHO) จะกำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติ ในกรอบเดียวกัน ทั่วโลก ตั้งแต่การปิดประเทศ ห้ามการเคลื่อนย้าย มาตรการการรักษา การใช้ยา การใช้วัคซีน และที่สำคัญคือ การระบุเด็ดขาดการกระทำใดๆ ที่ผิดเพี้ยน การใช้การรักษาด้วยสมุนไพรหรือยาที่หมดสิทธิบัตรแต่พิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาโรคได้ จะถูกระบุ ว่าเป็น “เท็จ” โดยมีหน่วยงานคอยตรวจสอบติดตามเป็นเรียลไทม์ในสื่อทุกชนิดและการสื่อสารทั่วโลก และทำการดิสเครดิต ผ่านจากองค์การมายังทุกประเทศ โดยที่จะมีการควบคุมสื่อ มี สำนักงาน นานาชาติ และในประเทศไทย ที่เห็นได้ชัดในหลายรายการที่เป็นกระบอกเสียง และ นักวิชาการที่ปฏิบัติตามทั้งนี้ โดยอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีบทความทางวิชาการในวารสารทางการแพทย์ที่ระบุว่าเป็นการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพ โดยในเวลาที่ผ่านมา สืบค้นพบว่า มีการตัดข้อมูลที่ให้ผลลบต่อผลิตภัณฑ์นั้น ทำให้ดูเสมือนว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมมากถึง 92% เป็นต้นในกรณีของวัคซีน และแม้มี รายงานทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์คัดค้าน จะถูกปิดกั้นไม่ให้ลงตีพิมพ์หรือถอดถอนออกในเวลาต่อมา แต่ความจริงเปิดเผยในปี 2024 ในเรื่องต่างๆเหล่านี้ องค์การต่างๆ เหล่านี้ ตามข้อมูลที่เปิดเผยจากสื่อ ตามพระราชบัญญัติความโปร่งใสของข้อมูล ได้รับทุนสนับสนุนการทำงานจากบริษัทยาและผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องด้วยและในระดับรายบุคคล และถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่กระบวนการต่างๆจะเป็นไปในทางที่ไม่เป็น กลาง ที่เห็นได้ชัด คือการสืบค้นหาต้นตอของโควิด ขององค์การ กลับประกอบด้วยบุคคล ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการสร้างไวรัสใหม่ การให้ทุนข้ามชาติจากประเทศตะวันตกมายังสถาบันวิจัยไวรัส และองค์กรต่างๆรวมทั้งในประเทศไทย และสิงคโปร์ และอู๋ฮั่น จนกระทั่งมีการตัดสินในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ถึงหน่วยงานกลาง EcoHealth alliance ที่เป็นตัวผ่านเงิน จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐไปยังประเทศต่างๆ และผู้บงการกลับเป็น DoD DARPA DTRA BTRA หัวหน้า NIH NIAID ผ่านมาทาง CDC USAID ถ้าสนธิสัญญานี้เกิดขึ้น ชะตากรรมของประเทศภาคีทั้งโลก จะถูกแทรกแซงอธิปไตย เพื่อให้องค์การ มีอำนาจพลักดันเบ็ดเสร็จ ในภาวะที่ระบุเป็น pandemic emergency อาทิ บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ ภาวะใดจึงจะให้สัญญาณบ่งชี้ถึงภัยคุกคาม การตรวจวินิจฉัยต้องใช้วิธีใด จึงจะได้มาตรฐาน วัคซีนชนิดใด ยาชนิดอะไร การรักษาต้องเป็นแบบใด จะรักษากี่วัน และอื่นๆ โดยที่ องค์การอนามัยโลก โดยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเองเบ็ดเสร็จ และไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีที่เกิดผลร้ายในภายหลังใดๆทั้งสิ้น โดยทั้งหมดนี้จะระบุในสนธิสัญญา หนังสือเดินทางวัคซีน (Vaccine Passport) เป็นตัวอย่างที่สำคัญที่เกิดขึ้นแล้ว และเป็นการบังคับให้ต้องฉีดวัคซีนซ้ำซาก ในขณะที่ประชาชนเป็นจำนวนมากสำเหนียก ถึงผลกระทบที่ตนเองได้รับในวัคซีน แล้วแต่ยังต้องถูกบังคับให้ฉีดใหม่ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเดินทางไปนอกประเทศได้ และในที่สุดประสบผลกระทบซึ่งกลายเป็นความพิการระยะยาว ในสนธิสัญญาจะมีการอัพเกรดให้มี ใบรับรองดิจิทัล (Global Digital Health Certificate) ในการติดตามประวัติทางการแพทย์ของ มนุษย์ และยังให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่รัฐ (ทั้งรัฐบาลประเทศของแต่ละบุคคลและรัฐต่างประเทศ)ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของประชาชนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่การแยกตัว กักตัว ไปจนถึงการ 'บังคับ' ฉีดวัคซีน ทุกแง่มุมของชีวิตเราจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว คือโครงการ CGIP clinical genomic integration platform โดยมีการควบรวมประวัติทางการแพทย์ของคนป่วยทั้งที่เข้าโรงพยาบาลและในพื้นที่ศึกษาที่ประกอบด้วยอาการการตรวจทางเอกซเรย์ทางห้องปฏิบัติการพื้นที่ของการเกิดโรค อาชีพประวัติการศึกษา เศรษฐกิจฐานะ ตัวเชื้อและสายพันธุ์ของเชื้อการรักษาใดได้ผลหรือไม่ได้ผลและลงประมวลข้อมูลในระบบ PACS และส่งตรงไปยังสหรัฐ เพื่อในการวางแผนผลิตยาและเวชภัณฑ์ โดยที่แท้จริงแล้วเป็นการละเมิดความมั่นคงของ ประเทศไทย ที่สุดคือการผลักดันให้มีการสอดแนมและการเซ็นเซอร์จากทั่วโลก ภายใต้หน้ากากของการต่อสู้กับข้อมูลที่ไม่ตรงกับ WHO และ จะถูกประทับตรา เป็น เฟกนิวส์ WHO กำลังให้รัฐบาลทั่วโลกเซ็นตกลง ปิดข้อมูลที่ไม่ตรงกับ WHO และเซ็นเซอร์ข้อมูลใดๆ ที่ขัดแย้งกับเรื่องเล่าของทางการ การปราบปรามเสรีภาพในการพูด โดยจะมีเพียงเสียงเดียวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ได้ยิน นั่นก็คือเสียงของ WHO ที่เกิดมาตลอดคือ เบื้องหลัง เครือข่ายแล็บชีวภาพลึกลับ ที่กำลัง ถูกสร้าง จัดตั้งขึ้น ทั่วโลก ในการรวบรวมเชื้อโรคจำนวนมหาศาลอย่างเงียบๆ และทำการทดลองทก่อให้เกิดหายนะสำหรับมนุษยชาติ ไปแล้ว นั่นคือ โควิด และตัวต่อไปคือไข้หวัดนก อีโบลา โควิด นิปาห์ โดยเน้นให้มีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมและให้มีการติดต่อทางอากาศได้ ถ้าเราไม่ลุกขึ้น บอกต่อให้คนไทยทุกคน รู้ทัน ทางเราเองและลูกหลานจะไม่มีที่พึ่ง สื่อส่วนใหญ่จะทำอะไรไม่ได้ ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน จะเป็นทาสมัน หรือเป็น ไท? หมอดื้อ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านค้นคว้าและอบรมไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬา และหัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย (ลาออกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2567) Source: Facebook Thiravat Hemachudha