โควิดความจริงที่ถูกเปิดเผย (ตอนที่ 3)

Thiravat Hemachudha • 3 กุมภาพันธ์ 2567

โดย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา
หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม
่คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในประเทศไทยเองนั้น ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2023 กลุ่มคนไทยพิทักษ์สิทธิ์ ซึ่งประกอบไปด้วยประชาชนและแพทย์ได้ยื่นหนังสือต่อคณบดีคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ และเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล ให้พิจารณาว่า การร่วมมือกับ EHA เป็นสิ่งที่สมควรกระทำหรือไม่และอาจทำให้ตกเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดข้อหาอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ

ทั้งนี้ ยังได้มีบันทึกก่อนหน้าถึงคณบดีในวันที่ 17 ตุลาคม 2023 เวลา 13.44 น. เลขรับที่ 14113/2566

และในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2023 ทางกลุ่มได้แสดงความขอบคุณ นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ที่แสดงจุดยืนในเรื่องนี้...

สภาคองเกรสสหรัฐฯ ผ่านการแปรญัตติ พิจารณางดการให้ทุนแก่ NIH ในการสร้างไวรัสใหม่ที่อันตราย รายละเอียดสามารถดูได้จากวิดีโอรายงานเรื่องนี้

Fauci ได้ถูกหมายที่ต้องให้การต่อคองเกรส สหรัฐฯ ในวันที่ 7 และ 8 มกราคม 2024 วันละ 7 ชั่วโมง เกี่ยวกับการระบาดโควิด และตามด้วยประชาพิจารณ์ โดยมีข้อสำคัญเรื่องการวางแผนโกหกปกปิดที่มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020 รวมทั้งโดนเปิดโปงความเชื่อมโยงการให้ทุนกับอู่ฮั่น และการถูกห้ามไม่ให้ทำการสร้างไวรัสใหม่แต่ยังคงทำต่อตั้งแต่ 2018 จนถึงปัจจุบัน

การประชุมขององค์การอนามัยโลกเจนีวา ที่นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ได้รับเชิญเข้าประชุมในคณะทำงาน STAG (strategic and technology advisory group) วันที่ 23 ถึง 24 พฤศจิกายน 2023 เรื่อง การวางแผนรับมือโรคอุบัติใหม่ แต่ทั้งนี้ยังรวมถึงกระบวนการเซ็นเซอร์ทั้งโลก ทั้งนี้ไม่สามารถให้รายละเอียดได้เนื่องจากสัญญาของการไม่เผยแพร่

ข้อมูลและหลักฐานการเก็บไวรัสใหม่จากค้างคาวและสัตว์ป่าของศูนย์วิทยาศาสตร์ รวมทั้งการที่ไม่ได้ประโยชน์จากการหาไวรัสใหม่และความเสี่ยงอย่างสูงที่จะมีการติดเชื้อในการปฏิบัติการ ได้มีการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ในวันที่ 10 เมษายน 2023 และแสดงเหตุผลของการยุติความร่วมมือกับสถาบันองค์กรของสหรัฐฯทั้งหมดและ EHA และหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ใช้เวลา 6 เดือนในการตรวจสอบเอกสาร หลักฐานก่อนตีพิมพ์...

ก่อนหน้าที่จะทำการตีพิมพ์ David Willman นักข่าวที่ได้รับรางวัลพูลิเซอร์ ที่สัมภาษณ์และเก็บข้อมูลจากศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมทั้งข้อมูลเหล่านี้ได้รับการตรวจสอบจากคณะบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์แล้ว ได้สอบถามรองคณบดีฝ่ายวิจัยของคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ ถึงความเห็นในการสืบเสาะหาไวรัสในค้างคาวโดยที่การศึกษาดังกล่าวถือว่าเป็นการวิจัยที่มีความเสี่ยงสูง...

บทความในหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ สามารถอ่านบทความได้ “Pandemic risk” research with exotic viruses risks a deadly outbreak, scientists warn โดยที่บทความนี้ตั้งใจให้ข้อมูลโดยแสดงให้เห็นถึงอันตรายร้ายแรงที่สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้ายังคงปฏิบัติการศึกษาวิจัยแบบนี้อีก

บทความฉบับนี้ยังแสดงหลักฐานการตัดต่อพันธุกรรม สร้างไวรัสใหม่ที่ร้ายแรงเป็นความร่วมมือของ Daszak Baric และ Shi ตั้งแต่ปี 2003 และยังมีโครงการที่เรียกว่า EID search หรือ south east Asian research hub อยู่ภายใต้โครงการที่ครอบคลุมทั้งโลกจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯผ่าน NIH USAID 2018 และทุนเริ่มต้นในปี 2020 และบันทึกโครงการนี้มีการพิสูจน์แล้วว่า สามารถทำให้ไวรัสที่มีอยู่เข้ามายังมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้นและก่อโรคได้มากขึ้น

ทั้งนี้ จากตัวอย่างไวรัสจากค้างคาวที่เก็บไว้และที่เก็บไว้ใหม่ทั้งจากไทย เวียดนาม บอร์เนียว ซาราวัค และแสดงเอกสารที่ยืนยันว่าสามารถสร้างไวรัสใหม่ที่ควบรวมไวรัสโคโรนา สองชนิดและก่อโรคในหนู โดยที่ไม่มียารักษา...

ทุนต่างๆที่สหรัฐฯให้นี้ผ่านมายังทุกทวีป รวมกระทั่งถึงทวีปเอเชียและมีไทยร่วมด้วย

ประเทศในเอเชียที่ได้รับทุนและมีการปฏิบัติการหาไวรัสใหม่จากค้างคาวและสัตว์ป่า มีทั้งไทย เมียนมา เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย บังกลาเทศ และอีกหลายประเทศ...

อันตรายที่จะมีการติดเชื้อมีทุกขั้นตอน ตั้งแต่การลงพื้นที่ในบริเวณวัด ในถ้ำ ในป่า ในขณะเก็บตัวอย่าง รวมกระทั่งถึงการขนย้ายตัวอย่างและในการปฏิบัติในห้องแล็บรวมกระทั่งถึงถ้ามีการหลุดรั่วของตัวอย่างไวรัสจากตู้เย็น

ทั้งนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์ได้ศึกษาไวรัสในค้างคาวไทย ตั้งแต่ปี 2000 จนถึงปี 2011 ว่า มีไวรัสพิษสุนัขบ้าและมีไวรัสนิป้าห์หรือไม่ในค้างคาวไทย โดยได้ทุนภายในประเทศจาก สกว. และ สวทช. โดยได้รับคำแนะนำในการเก็บตัวอย่างและการศึกษาจาก US CDC และทางศูนย์ทำงานร่วมกับสถานเสาวภา สภากาชาดไทย และกรมป่าไม้ สัตว์ป่า...

ผลการศึกษาพบว่าค้างคาวไทยเป็นค้างคาวโลกเก่า มีไวรัส “คล้าย” ไวรัสพิษสุนัขบ้าและอันตราย และไม่มีวัคซีนตัวใดในโลกป้องกันได้

ไวรัสนิปาห์ก่อให้เกิดโรคระบาดในมาเลเซียในปี 1998 ถึง 1999 จากค้างคาวมายังหมู มีผู้ติดเชื้อ 265 ราย และเสียชีวิต 110 ราย และมีการทำลายหมู 1.2 ล้านตัว และมีความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 220 ล้านเหรียญ นอกจากนั้น ยังมีการระบาดที่สิงคโปร์และจนกระทั่งถึงอินเดียและบังกลาเทศมาจนถึงปัจจุบัน

โดยที่การประชุมที่อินเดียในปลายปี 2023 นี้ ได้เน้นถึงการป้องกันการติดเชื้อและแพร่ระบาดโดยให้แหล่งของค้างคาวนั้นเป็นแหล่งห้ามรุกราน ecological protection zone...

การระบาดที่มาเลเซียนั้นทำให้เกิดมีสมองอักเสบ ทั้งแบบเฉียบพลันและแบบที่หายแล้วปะทุขึ้นมาใหม่ หรือเป็นแบบที่เมื่อได้รับเชื้อแล้วไม่แสดงอาการ แต่มีสมองอักเสบภายหลังเกือบเป็นเวลาสองปี... การระบาดในบังกลาเทศนั้นต่างจากในมาเลเซีย โดยที่มีการติดต่อจากคนสู่คนและมีปอดบวมและมีการแพร่กระจายได้หลายทอด

ในประเทศไทยนั้นค้างคาวไทยสามารถแพร่ไวรัสได้โดยเป็นสายพันธุ์ทั้งมาเลเซียและบังกลาเทศ

ในประเทศฟิลิปปินส์ คนฆ่าและชำแหละเนื้อม้า มีการติดโรคเช่นกันในลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่และเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากค้างคาว ไวรัสนิปาห์นี้เป็นไวรัสที่อยู่ในรายการด้วย ที่ EHA ต้องการและเพื่อไปสร้างไวรัสใหม่ให้รุนแรงขึ้นอีก

ตั้งแต่ปี 2011 จนกระทั่งถึงปี 2020 ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพและศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกได้รับทุนจากสหรัฐฯโดยผ่านกระทรวงกลาโหมและองค์กรต่างๆ โดยมีจุดประสงค์แตกต่างออกไปจากที่เคยทำทั้งนี้ก็คือ การหาไวรัสจากค้างคาวและสัตว์ป่าที่เป็นตัวไม่มีชื่อ หรือ novel virus และทำการถอดรหัส เพื่อที่จะได้คาดคะเนว่าตัวใดจะก่อให้เกิดโรคระบาด...

ก่อนที่จะเกิดระบาดโควิดในช่วง 2012 ถึง 2018 นั้น ศูนย์ได้ทำการวิเคราะห์และพิจารณาว่า การหาไวรัสใหม่ดังกล่าวน่าจะไม่ได้ช่วยในการคาดคะเนว่าตัวใดจะเกิดโรคระบาด แม้ว่าทุนที่ได้รับนั้นจะมีขนาดใหญ่ แต่ไม่มีการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีชัดเจน และยังมีการให้ทดสอบว่าเครื่องมือในการวินิจฉัยไวรัส ในเวลา 1 ถึง 2 ชั่วโมง สามารถใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ (point of need diag nostic) โดยมีการลงในพื้นที่ต่างๆ แต่ในที่สุดหลังจากที่เราแสดงให้เห็นว่าใช้ได้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีการขายสิทธิบัตรไปให้บริษัท เมอริเออร์ และปัจจุบัน มีการขายเครื่องใช้งานในโรงพยาบาลหลายแห่งในประเทศไทย

จากเหตุผลดังกล่าว ศูนย์ยุติความร่วมมือทั้งหมด เนื่องจากไม่ได้ประโยชน์และอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น และนอกจากนั้นที่สำคัญที่สุดคือ ในปี 2019 ก่อนการระบาดโควิด ศูนย์ได้รับการทาบทามจาก EcoHealth alliance ให้รับผิดชอบภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ ให้มีการส่งไวรัสทั้งที่เก็บไว้และที่จะเก็บใหม่ไปยังต่างประเทศ ที่อู่ฮั่น สิงคโปร์และสหรัฐฯ ทั้งนี้เพื่อมีการสร้างไวรัสใหม่ที่รุนแรงขึ้น ทั้งนี้เจาะจงไวรัสในตระกูลโคโรนา นิปาห์ และไวรัสในตระกูลอีโบลา...

ทั้งนี้ในเวลาที่ผ่านมานั้นศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ มีการถอดรหัสพันธุกรรมในห้องแล็บแต่ไม่มีการเพิ่มจำนวนไวรัสอย่างเด็ดขาดและไม่มีการส่งออกนอกประเทศ

ทุนที่ได้รับจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯในช่วงปี 2011 ถึง 2012 นั้นชื่อโครงการ Prophecy หลังจากนั้นได้ผ่านมาทาง USAID ผ่าน EHA ในโครงการชื่อ PREDICT I และ II ระหว่างปี 2012 ถึง 2016 และ 2016 ถึง 2020 ในโครงการแรกนั้นเฉพาะเจาะจงที่ค้างคาว โครงการที่สองนั้นมีการควบรวมในการหาเชื้อจากคนป่วยที่โรงพยาบาลจังหวัดเลยเป็นจำนวน 100 ราย ด้วยวิธีที่ได้จาก USAID ในการหาไวรัสทั้งครอบครัวแต่ไม่ประสบผลสำเร็จว่าดีกว่าวิธีการธรรมดา...

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯยังได้ให้ทุน โดยการผ่านสำนักย่อยต่างๆ จนกระทั่งถึงปี 2020 และมีการเก็บตัวอย่างจากคนป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่เป็นจำนวน 200 ราย โดยการใช้ พีซีอาร์ต่อเชื้อ 37 ชนิด ที่ชลบุรีและราชบุรีที่มีแหล่งค้างคาวอยู่ แต่ไม่เจอสาเหตุ นอกเหนือจากที่เป็นไวรัสที่ทราบอยู่แล้ว

โครงการที่ได้รับทุนหลังจาก Prophecy มีจำนวนเจ็ดโครงการแต่โครงการในการหาไวรัสจากค้างคาวและสัตว์ป่าจบสิ้นในกลางปี 2020 คือวันที่ 14 มิถุนายน 2020 และรายงานการวิจัยในวันที่ 8 กันยายน 2020 และทางศูนย์ไม่ได้รับผิดชอบงานต่างๆทั้งสิ้น หลังจากกลางปี 2020 ไปแล้ว

โครงการยังมีการทำต่อในประเทศไทยที่ไม่ใช่จากศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ แต่เป็นภายใต้หน่วยงาน CREID (Center for research emerging infectious diseases) ของ EcoHealth alliance ที่เคยทาบทามศูนย์ของเราให้ส่งไวรัสจากค้างคาวไปยังต่างประเทศเพื่อไปสร้างไวรัสใหม่ที่รุนแรงขึ้น


หมอดื้อ



 Source: Facebook Thiravat Hemachudha

โดย คนไทยพิทักสิทธิ์ • 2 กันยายน 2569
ชัดเจนเปลี่ยนbyสภากาแฟ 01-09-69 ท่านเตือนก่อนใคร!! เรื่องฉีดสารแปลกปลอม! โลกตื่นแล้วมนุษยชาติ..เป็นเหยื่อ!! พูดคุยกับ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา นักวิจัยนักวิทยาศาสตร์อิสระศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมและทางระบบประสาท
โดย ไทยพิทักษ์สิทธิ์ • 27 สิงหาคม 2569
ชัดเจนเปลี่ยนbyสภากาแฟ 26-08-69 หัวใจเส้นเลือดตันตีบ! อัตราคนหนุ่มสาวตายไว! ..โรคโลกหลังโควิด.. พูดคุยกับ นพ.อรรถพล สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดย Thaipithaksith • 5 กุมภาพันธ์ 2569
ทุนนิยมซาตาน!! ทำร้ายมนุษย์..ป่วยประหลาด!!
โดย Thaipithaksith • 3 กุมภาพันธ์ 2569
ฉีดวัคซีนโควิด mRNA เกี่ยวข้องเคสคนปกติเสียชีวิตกะทันหัน : คนเคาะข่าว 03-02-69 : ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ปธ.ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต ดำเนินรายการโดย นงวดี ถนิมมาลย์
โดย Thaipithaksith • 23 พฤษภาคม 2568
รายงานการนำเสนอของกลุ่มไทยพิทักษ์สิทธิ์ในรัฐสภา: เสียงจากผู้ได้รับผลกระทบจากวัคซีนโควิด-19 เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มไทยพิทักษ์สิทธิ์ได้มีโอกาสเข้าร่วมการนำเสนอข้อมูลต่อรัฐสภา เพื่อสะท้อนปัญหาและประสบการณ์จริงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีอาการข้างเคียงรุนแรงหลังรับวัคซีน นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเรียกร้องความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ
โดย thaipithaksith • 15 สิงหาคม 2567
สภากาแฟเวทีชาวบ้าน 14-08-67
โดย thaipithaksith • 30 พฤษภาคม 2567
สภากาแฟเวทีชาวบ้าน 30-05-67
โดย Thiravat Hemachudha • 27 พฤษภาคม 2567
การแก้ไข IHR และ Pandemic Treaty (Agreement) กฏหมายที่มีผลผูกพัน ข้อตกลงที่ลิดรอนเสรีภาพ เมื่อใดปรากฎ ภาวะผันผวน ทางธรรมชาติและเชื่อมโยงไปถึงการ ผันแปร เชื้อโรคการแพร่ระบาด องค์การอนามัยโลก (WHO) จะกำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติ ในกรอบเดียวกัน ทั่วโลก ตั้งแต่การปิดประเทศ ห้ามการเคลื่อนย้าย มาตรการการรักษา การใช้ยา การใช้วัคซีน และที่สำคัญคือ การระบุเด็ดขาดการกระทำใดๆ ที่ผิดเพี้ยน การใช้การรักษาด้วยสมุนไพรหรือยาที่หมดสิทธิบัตรแต่พิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาโรคได้ จะถูกระบุ ว่าเป็น “เท็จ” โดยมีหน่วยงานคอยตรวจสอบติดตามเป็นเรียลไทม์ในสื่อทุกชนิดและการสื่อสารทั่วโลก และทำการดิสเครดิต ผ่านจากองค์การมายังทุกประเทศ โดยที่จะมีการควบคุมสื่อ มี สำนักงาน นานาชาติ และในประเทศไทย ที่เห็นได้ชัดในหลายรายการที่เป็นกระบอกเสียง และ นักวิชาการที่ปฏิบัติตามทั้งนี้ โดยอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีบทความทางวิชาการในวารสารทางการแพทย์ที่ระบุว่าเป็นการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพ โดยในเวลาที่ผ่านมา สืบค้นพบว่า มีการตัดข้อมูลที่ให้ผลลบต่อผลิตภัณฑ์นั้น ทำให้ดูเสมือนว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมมากถึง 92% เป็นต้นในกรณีของวัคซีน และแม้มี รายงานทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์คัดค้าน จะถูกปิดกั้นไม่ให้ลงตีพิมพ์หรือถอดถอนออกในเวลาต่อมา แต่ความจริงเปิดเผยในปี 2024 ในเรื่องต่างๆเหล่านี้ องค์การต่างๆ เหล่านี้ ตามข้อมูลที่เปิดเผยจากสื่อ ตามพระราชบัญญัติความโปร่งใสของข้อมูล ได้รับทุนสนับสนุนการทำงานจากบริษัทยาและผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องด้วยและในระดับรายบุคคล และถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่กระบวนการต่างๆจะเป็นไปในทางที่ไม่เป็น กลาง ที่เห็นได้ชัด คือการสืบค้นหาต้นตอของโควิด ขององค์การ กลับประกอบด้วยบุคคล ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการสร้างไวรัสใหม่ การให้ทุนข้ามชาติจากประเทศตะวันตกมายังสถาบันวิจัยไวรัส และองค์กรต่างๆรวมทั้งในประเทศไทย และสิงคโปร์ และอู๋ฮั่น จนกระทั่งมีการตัดสินในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ถึงหน่วยงานกลาง EcoHealth alliance ที่เป็นตัวผ่านเงิน จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐไปยังประเทศต่างๆ และผู้บงการกลับเป็น DoD DARPA DTRA BTRA หัวหน้า NIH NIAID ผ่านมาทาง CDC USAID ถ้าสนธิสัญญานี้เกิดขึ้น ชะตากรรมของประเทศภาคีทั้งโลก จะถูกแทรกแซงอธิปไตย เพื่อให้องค์การ มีอำนาจพลักดันเบ็ดเสร็จ ในภาวะที่ระบุเป็น pandemic emergency อาทิ บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ ภาวะใดจึงจะให้สัญญาณบ่งชี้ถึงภัยคุกคาม การตรวจวินิจฉัยต้องใช้วิธีใด จึงจะได้มาตรฐาน วัคซีนชนิดใด ยาชนิดอะไร การรักษาต้องเป็นแบบใด จะรักษากี่วัน และอื่นๆ โดยที่ องค์การอนามัยโลก โดยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเองเบ็ดเสร็จ และไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีที่เกิดผลร้ายในภายหลังใดๆทั้งสิ้น โดยทั้งหมดนี้จะระบุในสนธิสัญญา หนังสือเดินทางวัคซีน (Vaccine Passport) เป็นตัวอย่างที่สำคัญที่เกิดขึ้นแล้ว และเป็นการบังคับให้ต้องฉีดวัคซีนซ้ำซาก ในขณะที่ประชาชนเป็นจำนวนมากสำเหนียก ถึงผลกระทบที่ตนเองได้รับในวัคซีน แล้วแต่ยังต้องถูกบังคับให้ฉีดใหม่ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเดินทางไปนอกประเทศได้ และในที่สุดประสบผลกระทบซึ่งกลายเป็นความพิการระยะยาว ในสนธิสัญญาจะมีการอัพเกรดให้มี ใบรับรองดิจิทัล (Global Digital Health Certificate) ในการติดตามประวัติทางการแพทย์ของ มนุษย์ และยังให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่รัฐ (ทั้งรัฐบาลประเทศของแต่ละบุคคลและรัฐต่างประเทศ)ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของประชาชนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่การแยกตัว กักตัว ไปจนถึงการ 'บังคับ' ฉีดวัคซีน ทุกแง่มุมของชีวิตเราจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว คือโครงการ CGIP clinical genomic integration platform โดยมีการควบรวมประวัติทางการแพทย์ของคนป่วยทั้งที่เข้าโรงพยาบาลและในพื้นที่ศึกษาที่ประกอบด้วยอาการการตรวจทางเอกซเรย์ทางห้องปฏิบัติการพื้นที่ของการเกิดโรค อาชีพประวัติการศึกษา เศรษฐกิจฐานะ ตัวเชื้อและสายพันธุ์ของเชื้อการรักษาใดได้ผลหรือไม่ได้ผลและลงประมวลข้อมูลในระบบ PACS และส่งตรงไปยังสหรัฐ เพื่อในการวางแผนผลิตยาและเวชภัณฑ์ โดยที่แท้จริงแล้วเป็นการละเมิดความมั่นคงของ ประเทศไทย ที่สุดคือการผลักดันให้มีการสอดแนมและการเซ็นเซอร์จากทั่วโลก ภายใต้หน้ากากของการต่อสู้กับข้อมูลที่ไม่ตรงกับ WHO และ จะถูกประทับตรา เป็น เฟกนิวส์ WHO กำลังให้รัฐบาลทั่วโลกเซ็นตกลง ปิดข้อมูลที่ไม่ตรงกับ WHO และเซ็นเซอร์ข้อมูลใดๆ ที่ขัดแย้งกับเรื่องเล่าของทางการ การปราบปรามเสรีภาพในการพูด โดยจะมีเพียงเสียงเดียวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ได้ยิน นั่นก็คือเสียงของ WHO ที่เกิดมาตลอดคือ เบื้องหลัง เครือข่ายแล็บชีวภาพลึกลับ ที่กำลัง ถูกสร้าง จัดตั้งขึ้น ทั่วโลก ในการรวบรวมเชื้อโรคจำนวนมหาศาลอย่างเงียบๆ และทำการทดลองทก่อให้เกิดหายนะสำหรับมนุษยชาติ ไปแล้ว นั่นคือ โควิด และตัวต่อไปคือไข้หวัดนก อีโบลา โควิด นิปาห์ โดยเน้นให้มีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมและให้มีการติดต่อทางอากาศได้ ถ้าเราไม่ลุกขึ้น บอกต่อให้คนไทยทุกคน รู้ทัน ทางเราเองและลูกหลานจะไม่มีที่พึ่ง สื่อส่วนใหญ่จะทำอะไรไม่ได้ ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน จะเป็นทาสมัน หรือเป็น ไท? หมอดื้อ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านค้นคว้าและอบรมไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬา และหัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย (ลาออกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2567) Source: Facebook Thiravat Hemachudha