ภูมิคุ้มกันผิดปกติจาก mRNA วัคซีน VAIDS

Atapol • 5 มกราคม 2566

งานวิจัยใหม่ยืนยัน​ ข้อมูล​จริงที่พบว่า​ วัคซีน​โควิดทำให้​ภูมิ​คุ้มกัน​ตก​ อ่านไม่ผิดครับ​ วัคซีน​ทำให้​ภูมิ​คุ้มกัน​ลดลง​ งานวิจัย​นี้​ เป็น​ผลงานของทีมวิจัย​จากมหาวิทยาลัย​เคมปริดจ์ สหราชอาณาจักร​อังกฤษ​ พบว่า​ ในผู้สูงอายุ​ที่​อายุ​ 70ปีขึ้นไป​ ที่ได้รับวัคซีน​ แอสตร้าสองเข็ม​แล้ว​ ได้รับ​เข็มบูสเตอร์​เป็น​ mRNA​ มีภูมิ​คุ้มกัน​แบบ​ B cell ที่ลดลง​ โดยพบว่าแทนที่วัคซีน​จะกระตุ้น​ B​ cell ที่ดี​ กลับ​ไป​กระตุ้น​ B​ cell ด้อยคุณ​ภาพ​ จำนวน​มาก​ B​ cell เหล่านี้​ไม่สามารถ​สร้าง​แอนตี้​บอดี้​ที่ยับยั้ง​เชื้อไวรัส​ได้​ ซ้ำร้ายยังพบว่า​ ทำให้ภูมิ​คุ้มกัน​แบบ​ T cell ลดลงด้วย

งานวิจัย​นี้​ น่าจะเป็น​คำอธิบายที่​ ไขข้อสงสัย​ว่า​ ทำไม​ ยิ่งฉีดเยอะ​ ยิ่งตา​ยจากโควิดเยอะ​ขึ้น​ แถมการที่​ทำให้​ T​ cell ลดลงยังอธิบาย​ว่า​ทำไมฉีดแล้ว​ เจอมะเร็ง​กันเยอะขึ้น​ด้วย

เอ้าใครอยากฟังรายละเอียดนั่งล้อมวงเข้ามาครับ ก่อนอื่นต้องพูดถึงเรื่อง VAIDS ก่อน คำนี้ย่อมาจากคำว่า Vaccine Acquired ImmunoDeficiency Syndrome หรือแปลเป็นไทยได้ว่า ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำที่เกิดขึ้นภายหลัง (เกิด) จากวัคซีน ที่ต้องใส่ว่าเกิดขึ้นหลังเกิด เพราะมีอีกภาวะที่เป็นมาตั้งแต่เกิดที่มีสาเหตุต่างกัน ส่วนชนิดที่เกิดขึ้นภายหลังนั้นก็มีหลายสาเหตุ ติดเชื้อ HIV ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุของการมีภูมิคุ้มกันต่ำได้ แต่มิใช่สาเหตุเพียงอย่างเดียว วัคซีนโดยเฉพาะตัว ยีนเธอราปี (Gene therapy) ที่มาหลอกกันว่าเป็น mRNA นั้นก็ทำให้เป็น AIDS ได้ แต่เป็น AIDS จากวัคซีน ไม่ใช่จากการติดเชื้อ HIV

mRNA ไปทำอะไรถึงทำให้เป็น AIDS?

คำตอบคือ ถ้ากลับไปอ่านภาคที่๑ จะเข้าใจว่า nanolipid ที่หุ้มยีนสไปก์โปรตีนของไวรัสนั้นไปได้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะ ต่อมน้ำเหลือง เม็ดเลือดขาวและไขกระดูก ไขมันนาโนนี้ไม่ได้ไปยังอวัยวะนั้นๆเพื่อไปเที่ยวเฉยๆ แต่มันเข้าไปในเซลล์เม็ดเลือดขาวที่อยู่ในต่อมน้ำเหลือง เซลล์เม็ดเลือดขาวในกระแสเลือด และที่สำคัญเซลล์ต้นกำเนิดของเม็ดเลือดขาวในไขกระดูกด้วย พอเข้าไปในเซลล์เหล่านั้นแล้ว ก็บังคับให้เซลล์นั้นๆสร้างโปรตีนหนาม โปรตีนแปลกปลอมขึ้น โปรตีนเหล่านี้ก็จะมติดตามผิวเซลล์ กระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันของเราเองมาทำลายเซลล์เหล่านั้น

ทำลายเม็ดเลือดขาวในเลือด จำนวนเม็ดเลือดขาวก็ตก ทำลายเม็ดเลือดขาวในต่อมน้ำเหลือง เม็ดเลือดขาวก็อักเสบ แต่ที่แย่คือ ทำลายเซลล์ต้นกำเนิดของเม็ดเลือดขาวในไขกระดูก ร่างกายก็สร้างเม็ดเลือดขาวได้น้อย

พอเม็ดเลือดขาวตก ภูมิคุ้มกันของร่างกายก็ตก เกิดภาวะ AIDS จาก mRNA injection ที่เรียกกันว่า VAIDS ซึ่งทำให้โรคเก่ากำเริบ เป็นงูสวัด หรือ หน้าเบี้ยว Bell’s palsy หรือที่แย่กว่า คือ Turbo cancer หรือ คนปกติที่แข็งแรงดี ไม่มีโรค แต่กลับเจอมะเร็งขั้นสุดท้ายแบบโผล่มาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย พอรู้ว่าเป็นก็เจอขั้นสุดท้ายเลย ผู้ป่วยกลุ่มนี้ ลองไปตรวจเลือดดู CBC (complete blood count) แล้วดูค่าจำนวนเม็ดเลือดขาว (WBC) จะพบว่าค่าต่ำ หรือให้ดีดูค่า Lymphocyte เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งก็จำต่ำกวาปกติ

หรือถ้าอยากดูละเอียดกว่านั้นให้ดูค่า CD 4, CD8 และ NK cell

ถ้าค่าเหล่านี้ต่ำก็อาจจะเข้าสู่ภาวะ VAIDS

ต้องมาแก้ปัญหา ทำให้เม็ดเลือดขาวเหล่านี้เพิ่มขึ้น ทำอย่างไรตามอ่านต่อไปจนถึงตอนสุดท้ายครับ

จริงๆจะเล่าเรื่องเปเปอร์ข้างล่างแต่เผลอไปอธิบายเรื่อง VAIDS ซะก่อน งั้นเปเปอร์ข้างล่างขอยกยอดไปต่อ ภาค ๓ ละกันครับ

https://www.medrxiv.org/content/10.1101/2022.10.13.22281024v1

https://www.news-medical.net/news/20221023/Booster-vaccinations-in-the-elderly-lead-to-impaired-neutralization-of-SARS-CoV-2-and-atypical-B-cells.aspx

โดย คนไทยพิทักสิทธิ์ • 2 กันยายน 2569
ชัดเจนเปลี่ยนbyสภากาแฟ 01-09-69 ท่านเตือนก่อนใคร!! เรื่องฉีดสารแปลกปลอม! โลกตื่นแล้วมนุษยชาติ..เป็นเหยื่อ!! พูดคุยกับ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา นักวิจัยนักวิทยาศาสตร์อิสระศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมและทางระบบประสาท
โดย ไทยพิทักษ์สิทธิ์ • 27 สิงหาคม 2569
ชัดเจนเปลี่ยนbyสภากาแฟ 26-08-69 หัวใจเส้นเลือดตันตีบ! อัตราคนหนุ่มสาวตายไว! ..โรคโลกหลังโควิด.. พูดคุยกับ นพ.อรรถพล สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดย Thaipithaksith • 5 กุมภาพันธ์ 2569
ทุนนิยมซาตาน!! ทำร้ายมนุษย์..ป่วยประหลาด!!
โดย Thaipithaksith • 3 กุมภาพันธ์ 2569
ฉีดวัคซีนโควิด mRNA เกี่ยวข้องเคสคนปกติเสียชีวิตกะทันหัน : คนเคาะข่าว 03-02-69 : ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ปธ.ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต ดำเนินรายการโดย นงวดี ถนิมมาลย์
โดย Thaipithaksith • 23 พฤษภาคม 2568
รายงานการนำเสนอของกลุ่มไทยพิทักษ์สิทธิ์ในรัฐสภา: เสียงจากผู้ได้รับผลกระทบจากวัคซีนโควิด-19 เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มไทยพิทักษ์สิทธิ์ได้มีโอกาสเข้าร่วมการนำเสนอข้อมูลต่อรัฐสภา เพื่อสะท้อนปัญหาและประสบการณ์จริงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีอาการข้างเคียงรุนแรงหลังรับวัคซีน นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเรียกร้องความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ
โดย thaipithaksith • 15 สิงหาคม 2567
สภากาแฟเวทีชาวบ้าน 14-08-67
โดย thaipithaksith • 30 พฤษภาคม 2567
สภากาแฟเวทีชาวบ้าน 30-05-67
โดย Thiravat Hemachudha • 27 พฤษภาคม 2567
การแก้ไข IHR และ Pandemic Treaty (Agreement) กฏหมายที่มีผลผูกพัน ข้อตกลงที่ลิดรอนเสรีภาพ เมื่อใดปรากฎ ภาวะผันผวน ทางธรรมชาติและเชื่อมโยงไปถึงการ ผันแปร เชื้อโรคการแพร่ระบาด องค์การอนามัยโลก (WHO) จะกำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติ ในกรอบเดียวกัน ทั่วโลก ตั้งแต่การปิดประเทศ ห้ามการเคลื่อนย้าย มาตรการการรักษา การใช้ยา การใช้วัคซีน และที่สำคัญคือ การระบุเด็ดขาดการกระทำใดๆ ที่ผิดเพี้ยน การใช้การรักษาด้วยสมุนไพรหรือยาที่หมดสิทธิบัตรแต่พิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาโรคได้ จะถูกระบุ ว่าเป็น “เท็จ” โดยมีหน่วยงานคอยตรวจสอบติดตามเป็นเรียลไทม์ในสื่อทุกชนิดและการสื่อสารทั่วโลก และทำการดิสเครดิต ผ่านจากองค์การมายังทุกประเทศ โดยที่จะมีการควบคุมสื่อ มี สำนักงาน นานาชาติ และในประเทศไทย ที่เห็นได้ชัดในหลายรายการที่เป็นกระบอกเสียง และ นักวิชาการที่ปฏิบัติตามทั้งนี้ โดยอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีบทความทางวิชาการในวารสารทางการแพทย์ที่ระบุว่าเป็นการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพ โดยในเวลาที่ผ่านมา สืบค้นพบว่า มีการตัดข้อมูลที่ให้ผลลบต่อผลิตภัณฑ์นั้น ทำให้ดูเสมือนว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมมากถึง 92% เป็นต้นในกรณีของวัคซีน และแม้มี รายงานทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์คัดค้าน จะถูกปิดกั้นไม่ให้ลงตีพิมพ์หรือถอดถอนออกในเวลาต่อมา แต่ความจริงเปิดเผยในปี 2024 ในเรื่องต่างๆเหล่านี้ องค์การต่างๆ เหล่านี้ ตามข้อมูลที่เปิดเผยจากสื่อ ตามพระราชบัญญัติความโปร่งใสของข้อมูล ได้รับทุนสนับสนุนการทำงานจากบริษัทยาและผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องด้วยและในระดับรายบุคคล และถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่กระบวนการต่างๆจะเป็นไปในทางที่ไม่เป็น กลาง ที่เห็นได้ชัด คือการสืบค้นหาต้นตอของโควิด ขององค์การ กลับประกอบด้วยบุคคล ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการสร้างไวรัสใหม่ การให้ทุนข้ามชาติจากประเทศตะวันตกมายังสถาบันวิจัยไวรัส และองค์กรต่างๆรวมทั้งในประเทศไทย และสิงคโปร์ และอู๋ฮั่น จนกระทั่งมีการตัดสินในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ถึงหน่วยงานกลาง EcoHealth alliance ที่เป็นตัวผ่านเงิน จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐไปยังประเทศต่างๆ และผู้บงการกลับเป็น DoD DARPA DTRA BTRA หัวหน้า NIH NIAID ผ่านมาทาง CDC USAID ถ้าสนธิสัญญานี้เกิดขึ้น ชะตากรรมของประเทศภาคีทั้งโลก จะถูกแทรกแซงอธิปไตย เพื่อให้องค์การ มีอำนาจพลักดันเบ็ดเสร็จ ในภาวะที่ระบุเป็น pandemic emergency อาทิ บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ ภาวะใดจึงจะให้สัญญาณบ่งชี้ถึงภัยคุกคาม การตรวจวินิจฉัยต้องใช้วิธีใด จึงจะได้มาตรฐาน วัคซีนชนิดใด ยาชนิดอะไร การรักษาต้องเป็นแบบใด จะรักษากี่วัน และอื่นๆ โดยที่ องค์การอนามัยโลก โดยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเองเบ็ดเสร็จ และไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีที่เกิดผลร้ายในภายหลังใดๆทั้งสิ้น โดยทั้งหมดนี้จะระบุในสนธิสัญญา หนังสือเดินทางวัคซีน (Vaccine Passport) เป็นตัวอย่างที่สำคัญที่เกิดขึ้นแล้ว และเป็นการบังคับให้ต้องฉีดวัคซีนซ้ำซาก ในขณะที่ประชาชนเป็นจำนวนมากสำเหนียก ถึงผลกระทบที่ตนเองได้รับในวัคซีน แล้วแต่ยังต้องถูกบังคับให้ฉีดใหม่ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเดินทางไปนอกประเทศได้ และในที่สุดประสบผลกระทบซึ่งกลายเป็นความพิการระยะยาว ในสนธิสัญญาจะมีการอัพเกรดให้มี ใบรับรองดิจิทัล (Global Digital Health Certificate) ในการติดตามประวัติทางการแพทย์ของ มนุษย์ และยังให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่รัฐ (ทั้งรัฐบาลประเทศของแต่ละบุคคลและรัฐต่างประเทศ)ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของประชาชนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่การแยกตัว กักตัว ไปจนถึงการ 'บังคับ' ฉีดวัคซีน ทุกแง่มุมของชีวิตเราจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว คือโครงการ CGIP clinical genomic integration platform โดยมีการควบรวมประวัติทางการแพทย์ของคนป่วยทั้งที่เข้าโรงพยาบาลและในพื้นที่ศึกษาที่ประกอบด้วยอาการการตรวจทางเอกซเรย์ทางห้องปฏิบัติการพื้นที่ของการเกิดโรค อาชีพประวัติการศึกษา เศรษฐกิจฐานะ ตัวเชื้อและสายพันธุ์ของเชื้อการรักษาใดได้ผลหรือไม่ได้ผลและลงประมวลข้อมูลในระบบ PACS และส่งตรงไปยังสหรัฐ เพื่อในการวางแผนผลิตยาและเวชภัณฑ์ โดยที่แท้จริงแล้วเป็นการละเมิดความมั่นคงของ ประเทศไทย ที่สุดคือการผลักดันให้มีการสอดแนมและการเซ็นเซอร์จากทั่วโลก ภายใต้หน้ากากของการต่อสู้กับข้อมูลที่ไม่ตรงกับ WHO และ จะถูกประทับตรา เป็น เฟกนิวส์ WHO กำลังให้รัฐบาลทั่วโลกเซ็นตกลง ปิดข้อมูลที่ไม่ตรงกับ WHO และเซ็นเซอร์ข้อมูลใดๆ ที่ขัดแย้งกับเรื่องเล่าของทางการ การปราบปรามเสรีภาพในการพูด โดยจะมีเพียงเสียงเดียวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ได้ยิน นั่นก็คือเสียงของ WHO ที่เกิดมาตลอดคือ เบื้องหลัง เครือข่ายแล็บชีวภาพลึกลับ ที่กำลัง ถูกสร้าง จัดตั้งขึ้น ทั่วโลก ในการรวบรวมเชื้อโรคจำนวนมหาศาลอย่างเงียบๆ และทำการทดลองทก่อให้เกิดหายนะสำหรับมนุษยชาติ ไปแล้ว นั่นคือ โควิด และตัวต่อไปคือไข้หวัดนก อีโบลา โควิด นิปาห์ โดยเน้นให้มีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมและให้มีการติดต่อทางอากาศได้ ถ้าเราไม่ลุกขึ้น บอกต่อให้คนไทยทุกคน รู้ทัน ทางเราเองและลูกหลานจะไม่มีที่พึ่ง สื่อส่วนใหญ่จะทำอะไรไม่ได้ ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน จะเป็นทาสมัน หรือเป็น ไท? หมอดื้อ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านค้นคว้าและอบรมไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬา และหัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย (ลาออกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2567) Source: Facebook Thiravat Hemachudha